BREAKING NEWS

อาร์ทีบีฯ จับมือ JACOB JENSEN เปิดฉากรุกตลาดสมาร์ทโฮม ส่ง Air Quality Monitor นำร่องบุกตลาด

อาร์ทีบีฯ จับมือ JACOB JENSEN ดีไซน์เนอร์แบรนด์ระดับโลกจากเดนมาร์ก
เปิดฉากรุกตลาดสมาร์ทโฮม ส่ง Air Quality Monitor นำร่องบุกตลาด
เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพที่ต้องการความสุนทรีย์ภายในบ้าน พร้อมเปิดตลาดใหม่เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค



อาร์ทีบีฯ เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจสมาร์ทโฮม หรือ โฮม คอนเน็คเต็ด ดีไวซ์ (Home Connected Devices) เต็มพิกัด รับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ ต้องการความสะดวกสบาย และต้องการความสุนทรีย์ภายในบ้านมากขึ้น ล่าสุด ผนึกกำลัง บริษัท ยาคอบ เยนเซน (JACOB JENSEN) ดีไซน์เนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจากเดนมาร์ก คว้าสิทธิ์จำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มสมาร์ท โฮมแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมประเดิมส่ง Air Quality Monitor เป็นหัวหอกลุยตลาด ที่มาพร้อมดีไซน์สวยคลาสสิกผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดกับระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะในการตรวจคุณภาพอากาศ หวังตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่รักสุขภาพ รวมไปถึงโรงแรม โรงเรียน และสถานที่ที่เน้นคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค เน้นทำตลาดเชิงรุก สร้างประสบการณ์ใช้งานเต็มรูปแบบ มั่นใจปีแรกสร้างยอดขาย 10 ล้านบาท

มร.ทิโมธี ยาคอบ เยนเซ่น ประธานกรรมการบริหารและหัวหน้าดีไซน์เนอร์  “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN) กล่าวว่า “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN) เป็นบริษัทชั้นนำสัญชาติเดนมาร์กด้านการออกแบบที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงยาวนานกว่า 5 ทศวรรษในแถบสแกนดิเนเวีย ทั้งยังเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  โดยมีผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่นาฬิกา เครื่องประดับ อุปกรณ์สื่อสาร เฟอร์นิเจอร์และห้องครัว รวมถึงไลฟ์สไตล์ โปรดักต์ และล่าสุดกับนวัตกรรมรักษาความปลอดภัยในบ้าน นอกจากนี้ ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลายแบรนด์ชั้นนำของโลก ด้วยจุดแข็งด้านการออกแบบรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่คงความคลาสสิกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ กอปรกับการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์เป็นอย่างดี จึงทำให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จกลายเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับสากลที่สามารถขยายฐานการดำเนินธุรกิจไปทั่วทุกมุมโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกตลาดเป้าหมายสำคัญต่อไป

“เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นยินดีอย่างมากกับอีกก้าวหนึ่งของแบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  ในการขยายสู่ตลาดสมาร์ทโฮมในเมืองไทย หลังจากประสบความสำเร็จกับการทำตลาดนาฬิกาในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฮมมีโอกาสและศักยภาพเติบโตสูง อีกทั้งยังเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่ไปกับดีไซน์มากขึ้น ประกอบกับการผนึกกำลังกับพันธมิตรอย่าง บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสุดล้ำและมีความแข็งแกร่งด้านตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน โดยสามารถจะนำเสนอจุดเด่นแบรนด์ทั้งด้านนวัตกรรม คุณภาพ และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี และทำให้ผลิตภัณฑ์สมาร์ท โฮมของ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  เป็นที่รู้จักในเมืองไทยอย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วย”

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างอาร์ทีบีฯ และ“ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  ว่า ในปี 2559 อาร์ทีบีฯ ได้รับความไว้วางใจจาก“ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมภายใต้แบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  แบรนด์ดีไซน์เนอร์ชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก โดยอาร์ทีบีฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายและการทำตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Distributor) ซึ่งนับเป็นการต่อยอดและก้าวสำคัญในการรุกสู่ธุรกิจสมาร์ทโฮมอย่างเต็มตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคคนไทยที่ต้องความสะดวกปลอดภัย ใส่ใจในสุขภาพ  และมีสุนทรียภาพของการออกแบบมากขึ้น จากข้อมูลสถาบันวิจัยจูนิเปอร์ (Juniper Research) ได้ประเมินแนวโน้มและตลาดเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะไว้ว่า จะเติบโตอย่างต่อเนื่องสูงถึง 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.3 ล้านล้านบาทภายในปี 2561 ขณะเดียวกันผลสำรวจของ ABI Research ยังระบุว่า ระหว่างปี 2557-2562 จำนวนอุปกรณ์ในบ้านที่เชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตจะเติบโตถึง 67% โดยอุปกรณ์ประเภทคอนเน็คเต็ค โฮมจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 25% จากอุปกรณ์ในกลุ่ม IOTs ทั้งหมด นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ให้พลังงานภายในบ้านและอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ปรับอุณหภูมิและตรวจจับควันในบ้านจะได้รับความนิยมมากเป็นอันดับแรก

“จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของตลาดที่น่าสนใจ แม้ปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฮมในเมืองไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผู้บริโภคยังมีความเข้าใจในเทคโนโลยีนี้ไม่เยอะมาก แต่ก็มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าภาพรวมตลาดสมาร์ทโฮมของผู้บริโภคในปี 2559 มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นผลจากผู้บริโภคเริ่มมีความเข้าใจ  คอนเซ็ปท์และความสามารถของอุปกรณ์มากขึ้น อาทิ เครื่องทำความเย็น, การตรวจวัดอุณหภูมิความชื้นในห้อง กล้องไวไฟภายในบ้าน รวมถึงการตรวจจับควันและการเผาไหม้ ซึ่งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในอนาคต ของยาคอบ เยนเซนสามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้อย่างครอบคลุม เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ยาคอบ เยนเซนในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรูเป็นเอกลักษณ์ จึงตัดสินใจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ยาคอบ เยนเซนเพื่อนำเข้าผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม แบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  มาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างจริงจัง”



สำหรับการเปิดตลาดสมาร์ทโฮมในประเทศไทย อาร์ทีบีฯ ได้ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Air Quality Monitor เป็นหัวหอกนำร่องบุกตลาดในช่วงแรก โดย Air Quality Monitor เป็นอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบ้านแบบพกพา ที่มาพร้อมความสามารถในการตรวจวัดฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากโดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2.5 ไมโครมิเตอร์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 10 ไมโครมิเตอร์ถึง 4 เท่า จึงเหมาะสำหรับ        ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยในบ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถวัดสิ่งเจือปนในอากาศ เช่น ควันบุหรี่ การทำอาหาร และการเผาไหม้ของเทียนหรือตะเกียงน้ำมันได้เป็นอย่างดี โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถจะเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจและเข้าไปฝังในปอดได้ง่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทำให้ไอ จาม และน้ำมูกไหล จนไปถึงโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้ในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น Air Quality Monitor รุ่นนี้ ยังสามารถตรวจวัดความชื้น และอุณหภูมิภายในบ้านได้อย่างง่ายดายด้วยระบบเซ็นเซอร์อันทันสมัย พร้อมการออกแบบหน้าจอแสดงผลที่ง่ายต่อการใช้งานสำหรับทุกกลุ่มวัย โดยมาพร้อมจอแสดงผลแสดงอุณหภูมิความชื้น และระดับแบตเตอรี่คงเหลือ รวมถึงไฟ LED ในตัวเครื่องสำหรับแสดงคุณภาพของอากาศภายในห้องซึ่งจะแสดงผลด้วยสี 4 ระดับตามดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) คือ สีเขียว คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศระหว่าง 0-50 สีเหลือง คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศระหว่าง 51-100 สีส้ม อากาศมีมลภาวะค่อนข้างสูง มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศระหว่าง 101-151 และสีแดง สภาพอากาศมีมลภาวะเจือปนสูงมาก มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศตั้งแต่ 151 ขึ้นไป ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับอากาศบริสุทธิ์เพียงพออย่างแน่นอน และที่สำคัญยังมาพร้อมดีไซน์เรียบหรูสไตล์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  แตกต่างจากเครื่องวัดคุณภาพอากาศทั่วไปที่มีอยู่ในตลาด ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพอย่าง ABS และโพลีคาร์บอเนต ทำให้มีความยืดหยุ่นทนทาน แถมขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาเพียง 314 กรัม สามารถพกพกไปได้ทุกที่ โดย Air Quality Monitor จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนนี้ ในราคา 12,000 บาท

ดร.บรรพต กล่าวต่อว่า กลยุทธ์การทำตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN) นั้น อาร์ทีบีฯ มีแผนการขยายช่องทางการขาย และทำตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้จุดแข็งของแบรนด์ “ยาคอบ เยนเซน” (JACOB JENSEN)  ในการเป็นดีไซน์แบรนด์ (Design Brand) ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามายาวนาน มาเป็นจุดขายเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มบ้าน โรงแรม โรงเรียน และผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยในบ้าน ได้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใช้งานของนวัตกรรม Air Quality Monitor ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายนั้น จะเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางเดิมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น เจมาร์ท iStudio คิงพาวเวอร์ พาวเวอร์บาย พาวเวอร์มอลล์ แล้ว ยังจะเพิ่มการขายผ่านช่องทางใหม่ๆ ที่เน้นสินค้าที่ใช้ภายในบ้านที่เน้นการออกแบบ อาทิเช่น ร้าน Motif, Room Concept Store และ ร้านตกแต่งบ้านอื่นๆ เป็นต้น



“Air Quality Monitor” จะเป็นไฮไลท์ในการทำตลาดของเราในช่วงแรก ซึ่งจากฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย และมีดีไซน์ที่โดดเด่น ผนวกกับกิจกรรมการตลาดและช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุม ทำให้เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ Air Quality Monitor จะสามารถรุกตลาดสมาร์ทโฮมได้อย่างแน่นอน โดย Air Quality Monitor ถือเป็นอาวุธสำคัญของอาร์ทีบีฯ ในการขยายพอร์ตสินค้าสมาร์ทโฮม ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานที่อาร์ทีบีฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการเข้ามาเสริมทัพปีนี้ โดยมั่นใจว่าในปีแรกจะสามารถสร้างยอดขายได้ 10 ล้านบาท ส่วนในอนาคตอันใกล้นี้ เรายังมีแผนจะเปิดตัวนวัตกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง อาทิ กริ่งประตู (Door Bell) กล้องอัจฉริยะ (Smart Camera) และล็อคอัจฉริยะ (Smart Lock)” ดร.บรรพต กล่าวทิ้งท้าย
อีกหนึ่งช่องทางสำหรับติดตามข่าวสาร คลิก >> Line@

Post a Comment