BREAKING NEWS

บทสัมภาษณ์ "อ้อม กานต์พิสชา จากภ.ขุนพันธ์"



“อ้อม กานต์พิสชา เกตุมณี แจ้งเกิดจาก “แม่เบี้ย”
สู่ความท้าทายทางการแสดงครั้งใหม่ใน “ขุนพันธ์”
กับบทบาท “มาลัย” กลางวันคือสาวชาวบ้านผู้อ่อนหวาน แสนดี
กลางคืนคือนักร้องสาวที่คอยขับกล่อมความสุขให้กับทุกผู้คน



Q.แนะนำตัวเองและเล่าให้ฟังถึงบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์เรื่อง “ขุนพันธ์”
A. สวัสดีค่ะ อ้อม กานต์พิสชา เกตุมณี ค่ะ ในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์อ้อมรับบทเป็น มาลัย ค่ะ เป็นสาวใต้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี นิสัยร่าเริง ดี สวยธรรมดาแบบชาวบ้าน โดยในเรื่องจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกับพี่ชายชื่อ ไข่โถ (สนเดอะสตาร์)และลูกของพี่ชายชื่อ มะลิ  มาลัยก็จะเป็นคนที่คอยดูแลทั้งพี่ชายและหลานนะคะ ในภาพยนตร์เราจะได้เห็นอีกพาร์ทหนึ่งของมาลัยเป็นหญิงสาวที่แต่งตัวสวยงาม เพราะว่าต้องรับบทเป็นนักร้องประจำอยู่ในสโมสรงาช้าง ที่อยู่ภายใต้อาณัติของหลวงโอฬาร(แฟรงค์ ภคชนก์) ซึ่งพี่ชายเองก็ทำงานที่นี่ด้วย ซึ่งไม่ว่าหลวงโอฬาจะสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ เพื่อที่หมู่บ้านของเราจะได้สงบสุข ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนหลากหลายชาวต่างชาติ หลายชาติมากเลย

Q.ความสัมพันธ์ของตัว“มาลัย” กับ “ขุนพันธ์”
A. อีกหนึ่งตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของมาลัย ซึ่งก็คือนายบุตร หรือว่าตัวขุนพันธ์ ที่เข้ามาในหมู่บ้านมาทำให้ชาวบ้านหรือชุมชนแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ตอนแรกมาลัยไม่รู้เลยว่านายบุตรคือขุนพันธ์ ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ปลอมตัวมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของเรา โดยในบทนี่เขาจะเป็นคนๆหนึ่งที่เอาใจใส่ครอบครัวเรา ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านของเรา ซึ่งพอชีวิตมีนายบุตรเข้ามามันก็ทำให้เหมือนมาลัยเป็นดอกไม้มีน้ำ มีน้ำฝนตกลงมาซึ่งทำให้ชีวิตมาลัยมีความสุขขึ้นไปอีก แต่พอหลังจากนั้นมาลัยรู้แล้วว่านายบุตรคือขุนพันธ์ มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวของอารมณ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นกลัวคนในหมู่บ้านของเราจะเดือดร้อน เพราะว่าผู้คนในหมู่บ้านของเราตกอยู่ในอาณัติของหลวงโอฬาร ที่เราต้องยอมให้คนเหล่านี้เข้ามาหาผลประโยชน์ในหมู่บ้านของเรา แต่เขาเป็นตำรวจนะ แล้วจะทำยังไงดีกับตัวมาลัย ชีวิตก็สับสนไปหมดจะกล้าพอมั้ย ซึ่งมันก็ป็นความซับซ้อนของอารมณ์ที่มาลัยต้องรับตรงนั้นแล้วก็ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าต้องคอยติดตามว่าตัวละครตัวมาลัยจะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร



Q.เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เรียกได้ว่าต้องมีการเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ และเรียกได้ว่าท้าทายความสามารถมากเลยทีเดียว
A. สำหรับบทมาลัยที่อ้อมต้องถ่ายทอดก็มีทั้งหลายบุคลิก  มีหลายความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือลิเกฮูลู คือมันไม่ได้มีเฉพาะแค่พาร์ทที่มีความสุขอย่างเดียว พาร์ทที่ต้องมีการแสดงออกในความลึกซึ้งทางด้านอารมณ์ก็มี  ซึ่งก็ต้องมีการไปฝึกเตรียมตัวร้องเพลงใช้เวลาอยู่ประมาณ2-3เดือน จะต้องมีการเรียนพูดภาษาใต้ด้วย ทั้งๆที่ตัวจริงก็ไม่ได้เป็นคนใต้ ได้หัดพูดกับพี่อนันดา เพราะในบทต้องมีพูดเป็นภาษาใต้กับพี่อนันดาด้วยนะคะ เวลาเข้าฉากหรือเข้าซีนก็จะต้องมีทำผิวให้เป็นผิวสีแทน อย่างที่พี่โขมขอมาเลยคืออยากให้ตัวมาลัยเป็นสาวใต้เลย ผมหยิก ผิวแทนๆ เพื่อที่จะต้องการทำให้ตัวบุคลิกของมาลัยชัดเจนขึ้น แม้แต่ในด้านการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวมาลัยเอง อ้อมรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่โดยทั่วไปเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น มาลัยก็จะเป็นคนที่คอยให้ความสุขให้กับคนอื่น แต่ว่าลึกๆแล้ว ในตัวละครมาลัยเองก็จะมีปมจะมีสิ่งที่มาลัยซ่อนไว้แต่ต้องติดตามดูนะคะว่ามาลัยจะซ่อนอะไรไว้ในความรู้สึก เรียกได้ว่าเป็นสีสันเดียวในเรื่องค่ะ เพราะฉะนั้นก็จะมีการแต่งตัว มีชุดสีนั้นสีนี้

Q. ตอนที่อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
A. เขาก็จะมีทั้งด้านที่อารมณ์ซับซ้อน พาร์ทที่ตัวมาลัยต้องทำสิ่งที่จริงๆตัวเองอาจจะไม่มีความสุขที่จะทำ แต่เราก็ทำสิ่งนั้นเพื่อคนอื่นนึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ตัวมาลัยในบทค่อนข้างกล่าวไว้ละเอียดว่าในอดีตเคยเจออะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้นอ้อมก็จะนึกถึงย้อนกลับไปในอดีตของตัวมาลัยว่าถ้ามาลัยเจอเหตุการณ์นี้ในชีวิต มันจะตื้นตันแค่ไหน หรือเขาจะรู้สึกเศร้าแค่ไหน เหมือนเราเข้าไปเป็นตัวละครเป็นตัวมาลัยเลยเขาอาจจะรู้สึกว่าชีวิตไม่ไหวแล้วอยากร้องไห้ หรือบางพาร์ทจะเป็นที่อารมณ์ความสับสน ระหว่างจะเป็นคนดีๆหรือจะเป็นคนไม่ดีดี ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ว่าถามว่ากลัวมั้ย เรื่องซีนอารมณ์ไม่กลัวเท่าไหร่ จะกลัวซีนที่ต้องร้องเพลง หรือต้องทำเป็นแบบเขินๆ เพราะบุคลิกอ้อมตัวจริงแล้วเป็นคนห้าวๆ แต่ว่ากลับต้องมาเข้าซีนที่แต่งตัวสวยๆหวานเซ็กซี่ ก็จะเป็นอะไรที่ยากนิดนึงค่ะ

Q.ถือได้ว่าเป็นบทบาทที่เรียกได้ว่าเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
A. ถือว่าเป็นบทนางเอกครั้งแรกในชีวิตของอ้อมนะคะ แต่ละวันก็มีทั้งซีนที่ทั้งร้องไห้หนักสุดๆถึงขนาดบางทีกลับไปบ้านแล้วก็มีปวดหัว เพราะวันนี้มีการใช้อารมณ์ค่อนข้างเยอะ ก็มีเครียดบ้าง แล้วก็ส่วนใหญ่บทพูดจะไม่ค่อยติดเท่าไหร่ ด้วยความที่ว่าเราได้หัดพูดใต้ ก็จะจำคำพูดได้แม่น แล้วก็สิ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับ วิตกกังวลหรือเครียดมากๆก็คือบทที่ต้องร้องเพลง(หัวเราะ) เครียดตั้งแต่ก่อนที่จะถ่ายเลยด้วยซ้ำก็จะวิตกเกี่ยวกับบทร้องเพลงนี่แหละค่ะ



Q.พูดถึงบทเพลงในภาพยนตร์ที่เราจะได้ฟังกัน
A. ก็สำหรับเพลงที่ร้องในเรื่องชื่อเพลงว่า “ริมน้ำคืนหนึ่ง” บางคนอาจจะไม่เคยได้ยิน เป็นเพลงกึ่งลูกกรุงเนื้อเพลงอารมณ์แบบอยู่ในความฝัน ซึ้งๆ น่ารักๆ สิ่งที่เกร็งคือ เราไม่เคยร้องเพลงเลย จะต้องทำท่าอย่างไร หรือว่าจะต้องอารมณ์ถึงแค่ไหน เราก็จะทำการบ้านจำเนื้อร้องได้หมดแล้ว นึกถึงภาพจำของมาลัยก็น่าจะเป็นอันนี้นะคะ

Q. กดดันมั้ยในการทำงานกับผู้กำกับอย่างก้องเกียรติ โขมศิริ
A. พี่โขมไม่ค่อยกดดันเขาจะให้พื้นที่นักแสดงในการครีเอทความคิด พอสั่งคัทพี่โขมก็จะค่อยบอกว่าเพิ่มตรงนั้นลดตรงนี้ พี่โขมถือว่าให้พื้นที่ให้นักแสดงได้แสดงก่อน อ้อมรู้สึกว่าการได้ทำงานกับพี่โขมถือว่าเป็นการทำงานที่ท้าทาย เพราะอ้อมได้ติดตามการทำงานของพี่โขมไม่ว่าจะเป็นเฉือน อันธพาล ซึ่งทำออกมาแล้วเท่ห์ สำหรับเรื่องขุนพันธ์อ้อมก็เชื่อว่าจะเป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นสไตล์ของพี่โขม  พี่โขมจะทำให้อ้อมมั่นใจว่าตัวอ้อมจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวมาลัยในเรื่องนี้ได้ดีนะคะ ก็รู้สึกแฮปปี้ที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้

Q. ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อโปรเจกต์ “ขุนพันธ์”
A. ตอนแรกต้องยอมรับเลยว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ได้รับคำอธิบายมาว่าท่านเก่งมากปราบโจรๆในสมัยก่อน ปราบเสือต่างๆ เป็นตำรวจที่มีคุณธรรม ช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน อันที่รู้สึกภูมิใจมากจริงๆคือท่านมีตัวตนที่มีอยู่จริงๆ ถือว่าเป็นฮีโร่ของเมืองไทย โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ใหญ่ ตัวละครมีอยู่จริงมีความดี ความเท่ห์ ความเก่งในการช่วยเหลือผู้คน ยิ่งรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งก่อนเข้าฉากก็จะมีนึกถึงท่าน ขออนุญาตท่าน ไม่ได้แปลว่าทุกเหตุการณ์ในเรื่องจะมีอยู่จริง แต่ตัวท่านมีอยู่จริง ซึ่งเราก็จะขออนุญาตแล้วก็นึกถึงท่านให้ทุกสิ่งทุกอย่างออกมาให้ดีค่ะ

Q.การทำงานร่วมกับ2นักแสดงชายระดับมือรางวัลอย่าง อนันดา และ น้อย กฤษดา
A. สำหรับพี่น้อยกับพี่อนันดานะคะ เราร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมือขนาดนี้ เรารู้สึกว่าเราเตรียมตัวเยอะมากเลย เราอ่านบท วิเคราะห์คาแรคเตอร์ของตัวนักแสดงเราคิดแล้วคิดอีกคิดลึกหลายชั้นมาก บางทีเราก็มีพาร์ทที่เรากังวลของเราเองเหมือนกัน ก่อนเข้าฉากกับเข้าฉากพี่ๆเขาแบบมีสนุกสนาน แต่พอแอคชั่นปุ๊บ พี่เขาเป็นตัวละคร ซึ่งอ้อมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่นักแสดงมืออาชีพเขาเป็นเราทึ่งมาก แสดงว่าเขาเตรียมตัวดีมาก เปรียบกับเราที่เป็นนักแสดงใหม่ก็ยิ่งรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆเหล่านี้และทึ่งในความสามารถของพี่ๆเขาค่ะ

Q.ท้ายนี้ทำไมภาพยนตร์เรื่อง “ขุนพันธ์” ถึงเป็นภาพยนตร์ไทยประจำปี2559ที่ไม่ควรพลาด  
A. อ้อมเชื่อว่าพี่อนันดาจะทำให้ตัวขุนพันธ์เป็นฮีโร่ให้คนไทยต้องจดจำ และเชื่อว่าการที่มีพี่โขมเป็นผู้กำกับจะทำให้ภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์เรื่องนี้ติดตาตรึงใจของใครหลายๆคนในความที่เป็นหนังแอคชั่น เป็นหนังไม่เชิงประวัติศาสตร์ แต่เป็นเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงก็เชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะมีเสน่ห์สำหรับใครหลายๆคนที่ชอบแอคชั่นภาพสวยๆเท่ห์ๆ ต้องคอยติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ
อีกหนึ่งช่องทางสำหรับติดตามข่าวสาร คลิก >> Line@

Post a Comment