BREAKING NEWS

Hilight

Gadget Review

Fashion

งานไอเดีย

อยากเล่าข่าว

ความบันเทิง

Travel by TalkaTrip

Event more Talkatrip

Latest Updates

คุยกับ บงจุนโฮ บิดาแห่งหนังเกาหลียุคใหม่ ผู้กำกับ PARASITE ชนชั้นปรสิต



ชื่อเรื่อง Parasite มีความหมายว่าอย่างไรกันแน่

ตอนแรกทุกคนต่างคาดหวังว่า Parasite จะต้องเป็นหนังสัตว์ประหลาดหรือหนังไซ-ไฟแน่นอน เพราะมันเชื่อมโยงจากหนังเรื่องก่อนของผมอย่าง The Host แต่อย่างที่เคยพูดไว้ ตัวละครในหนังเรื่องนี้คือมนุษย์ เป็นครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆ อยากใช้ชีวิตผูกสัมพันธไมตรีกับผู้อื่น แต่มันไม่ได้ผลสำหรับพวกเขา ดังนั้นพวกเขาเลยถูกผลักให้ต้องมีความสัมพันธ์แบบปรสิต ผมมองว่ามันเป็นหนังแนวโศกสุข (โศกนาฏกรรมผสมสุขนาฏกรรม) ที่เต็มไปด้วยความตลก ความสยอง และความเศร้า เมื่อคำนึงถึงว่าคุณอยากใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมสุข ประสบความสำเร็จ แต่มันยากเย็นเหลือเกิน ชื่อหนังมีความเย้ยหยัน ประมาณเดียวกับชื่อภาษาเกาหลีของ Memories of Murder ที่มีความหมายแฝงถึงความอบอุ่น ความทรงจำอันแสนสุขสันต์ แต่มันดูแปลกใช่ไหม ที่ชื่อความหมายดีๆ ถึงเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมได้? ตัวหนังแสดงให้เห็นถึงความทรงจำของยุคสมัยผ่านเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฮวาซ็อง ด้านของ Parasite เองก็มีชื่อเรื่องที่เสียดสีเย้ยหยันในลักษณะคล้ายๆ กัน


คุณจัดประเภทหนังเรื่อง Parasite ไว้ว่าเป็นหนังประเภทไหน

เป็นหนังดราม่าชีวิตคนครับ แต่เล่าถึงยุคร่วมสมัย แม้พล็อตเรื่องจะมาพร้อมเหตุการณ์และสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้จริงบนโลก อาจมองได้เหมือนกันว่ามันคือเหตุการณ์จริงเลย ตามข่าวหรือเรื่องในสื่อออนไลน์ แล้วเราเอามาทำเป็นหนังจอใหญ่ ดังนั้นมันจะมีเซนส์ของความสมจริง แต่ถ้ามีคนเรียกว่าเป็นหนังอาชญากรรม-ครอบครัว หนังตลก หนังดราม่าเศร้าสร้อย หรือหนังระทึกขวัญสั่นประสาท ผมก็ไม่ว่าอะไร ผมพยายามมากเพื่อพลิกแพลงความคาดหวังของคนดู และผมหวังว่าใน Parasite ผมจะทำสำเร็จ


ครอบครัวที่เป็นจุดศูนย์กลางของ Parasite คือใครกัน

พวกเขาเป็นครอบครัวชนชั้นล่างอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินของอพาร์ตเมนต์ คาดหวังว่าอยากมีชีวิตที่ดี ไมได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ แต่ขนาดหวังเพียงแค่นั้นมันยังเป็นจริงยาก คนพ่อล้มเหลวด้านธุรกิจมาหลายครั้ง คนแม่มีความสามารถด้านกีฬา ฝึกฝนมานานแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนลูกชายและลูกสาวก็สอบตกบ่อยจนเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้

กลับกันกับครอบครัวคุณพัค เขาทำงานเป็น CEO ของบริษัทด้านไอที (ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มทุน Chaebol แต่อย่างใด) เป็นคนเก่งมีความสามารถ ร่ำรวย เขามีภรรยาสาวแสนสวย มีลูกสาวและลูกชายน่ารักกำลังอยู่ในวัยเรียน แต่คุณพัคเป็นพวกบ้างาน พวกเขาถูกมองว่าเป็นครอบครัวในอุดมคติท่ามกลางบรรดากลุ่มชนชั้นสูงในสังคมทั้งหมด


คุณเอาเหตุผลอะไรมาใช้คัดเลือกนักแสดงในหนัง

ในหนังเรื่องนี้ สำคัญมากที่ต้องรวมตัวนักแสดงที่สามารถเล่นด้วยกันอย่างเข้าขา เป็นทีมที่เปี่ยมประสิทธิภาพแบบทีมฟุตบอล พวกเขาต้องทำให้เห็นภาพของความเป็นครอบครัวเดียวกันได้ตั้งแต่แรกเห็น ผมต้องคิดหนักมากครับ คนแรกที่ผมเลือกคือ ซงคังโฮ จากนั้นผมถ่าย Okja แล้วได้ร่วมงานกับ ชเววูชิก ผมว่าน่าจะดีเหมือนกันถ้าให้เขามาเล่นเป็นลูกของ ซงคังโฮ แล้วก็ได้ พัคโซดัม มาเล่นเป็นน้องสาว เธอมีฝีมือการแสดงที่ดีมาก มีความโดดเด่น ทำให้เส้นแบ่งความจริงดูพร่าเลือน การได้พวกเขามาเล่นสำคัญมากเพราะพวกเขาต้องอยู่ด้วยกันแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ส่วนนักแสดงสาว จางฮเยจิน ผมชอบความเข้าใจของเธอและการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของเธอในหนังเรื่อง The World of Us ผมเลยเลือกเธอให้มารับบทเป็นภรรยาของ ซงคังโฮ

ส่วนครอบครัวตระกูลพัคนั้น ผมไม่อยากสร้างภาพคลิเช่ให้เป็นครอบครัวชนชั้นนำแบบที่เราเห็นกันตามละครโทรทัศน์ ผมจะเลือกนักแสดงจากภาพลักษณ์ภูมิฐานที่ดี ผมประทับใจเสน่ห์หลากหลายแง่มุมของ อีซอนกยุน มาตลอด เลยเลือกเขามารับบทเป็นคุณพัค ส่วน โจยอจอง เธอทำให้ผมนึกถึงเพชรในตมที่ยังไม่ได้เจียระไน ผมเลยเลือกเธอเพราะหวังอยากเห็นเธอเปิดเผยความงดงามในส่วนลึกออกมา แม้สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี นี่ไม่ใช่หนังที่มีตัวละครเอกเพียงตัวเดียว เพราะฉะนั้นการแสดงของทุกคนที่ต้องรับส่งกันอย่างเข้าขาจึงสำคัญอย่างยิ่ง ท้ายที่สุด ผมอยากขอบคุณพวกเขาจริงๆ ที่สวมบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นทีมฟุตบอลที่ดีมากครับ


ภาพของสังคมในปัจจุบันที่คุณต้องการนำเสนอคือภาพแบบไหน

ผมคิดว่าวิธีหนึ่งที่จะแสดงภาพของชนชั้น และความไม่เท่าเทียมในสังคมได้คือทำออกมาเป็นหนังตลกปนเศร้า เราอยู่ในยุคสมัยที่ทุนนิยมเรืองรองและไม่มีทางเลือกอื่น ไม่เพียงแค่ในเกาหลี แต่ทั่วทั้งโลกต่างเจอปัญหานี้ ไม่สามารถเพิกเฉยต่อระบบทุนนิยมได้ ในโลกแห่งความเป็นจริง วิถีชีวิตของครอบครัวตกอับแบบตัวละคร 4 คนในเรื่อง และครอบครัวตระกูลพัค ไม่น่ามีวันจะได้มาเจอกัน ตัวอย่างเดียวเท่านั้นที่จะนำพาทั้ง 2 ชนชั้นมาเจอกันได้คือมีการจ้างงาน เช่น ให้มาเป็นติวเตอร์ หรือจ้างเป็นคนใช้ในบ้าน กรณีแบบนั้นเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ทั้ง 2 ชนชั้นใกล้ชิดกันมากพอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ในหนังเรื่องนี้แม้จะไม่มีฝ่ายใดคิดร้ายต่อกัน แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างถูกดึงให้เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่ความผิดพลาดเพียงนิดเดียว สามารถนำไปสู่ความแตกแยกและแตกหักได้

ในสังคมทุนนิยมทุกวันนี้มีชนชั้นและวรรณะซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นปล่อยปละละเลย และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับลำดับชั้นทางสังคมที่ตกทอดมาตั้งแต่ในอดีต แต่ความจริงคือมันมีเส้นแบ่งทางชนชั้นที่ไม่สามารถข้ามได้ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นรอยแยกดังกล่าวที่ปรากฏขึ้นระหว่างชนชั้น เป็นปัญหาซึ่งกันและกัน และยิ่งห่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมทุกวันนี้


คุณหวังว่าคนดูจะได้อะไรกลับไปจากหนังเรื่องนี้

ผมหวังว่าจะทำให้คนดูได้ครุ่นคิดถึงหนังเรื่องนี้ ทั้งในส่วนที่ตลก น่ากลัว และเศร้า และถ้าหากทำให้คนดูมานั่งล้อมวงพูดคุยแชร์เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับหนังขณะรับชมได้ แค่นั้นก็พอแล้วครับ

ตัวอย่างภาพยนตร์

“พัค ซอจุน” ชายหนุ่มผู้ไร้ศรัทธา จุดชนวนสงครามข้ามพิภพ ด้วยพลังของพระเจ้า กับตัวอย่างใหม่ “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง”


หลังจากที่คอหนังชาวไทยได้สัมผัสกับความล้ำหน้าของ “หนังเกาหลี” มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Train To Busan” ที่มาแรงจนขึ้นแท่นเป็น “หนังเกาหลีที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาลในประเทศไทย” หรือแม้แต่ “Along With The Gods” ทั้งสองภาค ที่ทั้งมันส์ ทั้งซึ้งจนหยุดน้ำตาไม่ได้ และในสิงหาคมนี้ บ็อกซ์ออฟฟิศไทยจะต้องสะเทือนอีกครั้ง กับโปรเจกต์แอคชั่น – แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ล่าสุดจากแดนกิมจิ ที่ต้องปักหมุดรอดู ใน “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง”

และล่าสุด “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง” ได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชั่นเต็ม ที่เผยให้เห็นความแอคชั่นที่นักแสดงนำอย่าง “พัค ซอจุน” ที่ทุ่มเทอย่างหนักตั้งแต่การเตรียมตัวจนถึงตอนถ่ายทำจริง ซึ่งในเรื่องนี้ เขารับบทเป็นนักสู้ MMA ผู้ไม่ศรัทธาในเทพองค์ใด แต่กลับมีรอยแผลที่มีพลังปริศนาปรากฏขึ้นบนฝ่ามือหลังจากฝันร้ายในคืนหนึ่ง และกลายเป็นว่าเขาต้องใช้มือนั้นในการปกป้องโลกนี้จากภัยร้าย และในตัวอย่างนี้ ยังเผยให้เห็นคาแรคเตอร์ของ “อู โดฮวาน” ที่รับบทร้ายเต็มตัวครั้งแรก และนักแสดงมากฝีมืออย่าง “อัน ซองกิ” ในภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปจากผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังเผยภาพความแฟนตาซีผ่านเอฟเฟคต์สุดละเอียดและสมจริง แบบที่แฟนๆ สามารถตั้งความหวังรอชมได้อย่างแน่นอน




The Divine Fury ว่าด้วยเรื่องของ “ยงฮู” (รับบทโดย พัค ซอจุน) สุดยอดนักสู้ของโลก ผู้ไร้ศรัทธาในเทพองค์ใดนอกจากตัวเอง จู่ๆ เขากลับมีแผลที่ฝ่ามือโดยที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้คำตอบกับเขาได้ เขาจึงไปพบบาทหลวงเพื่อหวังจะรักษาแผลนั้น แต่กลายเป็นว่าตัวเขาเองที่เป็นฝ่ายช่วยชีวิตของ “บาทหลวงอัน” (รับบทโดย อัน ซองกิ) เอาไว้แทน ยงฮู เริ่มเรียนรู้พลังพิเศษที่เขาได้รับจากแผลบนฝ่ามือนี้ เพื่อปกป้องโลกให้พ้นจากเงื้อมือของ “จอมมารจีชิน” (รับบทโดย อู โดฮวาน) นักบวชมืดที่รับใช้ปีศาจ และหวังครอบงำจิตใจมนุษย์ด้วยความชั่วร้ายไปตลอดกาล

The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง – 22 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

// ตัวอย่างหนัง The Divine Fury //


โซนี่ไทยเปิดรับจองหูฟัง WF-1000XM3 จากตระกูล 1000X

โซนี่ไทยเปิดรับจองหูฟัง WF-1000XM3 จากตระกูล 1000X

หูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนสุดล้ำรุ่นล่าสุด

มอบอิสระแห่งสุนทรียภาพในการฟังเพลงอย่างแท้จริง


บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดรับจองหูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless ในตระกูล 1000X รุ่นล่าสุด “WF1000XM3” ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน   รอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม  เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสไปอีกขั้นด้วย   หูฟังไร้สายที่มีคุณภาพสูงที่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงเพลงได้เต็มศักยภาพเทียบเท่ากับหูฟังตัดเสียงรบกวนขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้สนใจสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 21 กรกฎาคม ศกนี้ พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ


สำหรับ WF-1000XM3 เป็นสุดยอดหูฟังไร้สายระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Truly Wireless รุ่นแรกที่มีการนำเทคโนโลยีการนำเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบ HD Noise Cancelling Processor QN1e  ซึ่งบรรจุอยู่ในหูฟังรุ่นพี่อย่าง WH-1000Xm3 มาใช้งานกับหูฟัง Truly Wireless ขนาดเล็ก เพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงที่เหนือระดับยิ่งกว่าเดิม ผสานกับจุดเด่นของเทคโนโลยี Dual Noise Sensor ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยกรองเสียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนน และเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มอรรถรสและปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการประมวลสัญญาณเสียงดิจิทัลแบบ 24 bit พร้อมเทคโนโลยีเสียง S-Master HX Audio Amplifier และ DSEE HX Digital Sound Enhancement Engine ที่จะยกระดับปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณที่ถูกบีบอัดมาจากต้นฉบับ ให้มีคุณภาพเสียงใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด


นอกจากนี้ WF-1000XM3 ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Adaptive Sound Control คุณสมบัติที่ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานและตั้งค่าเสียงการตัดเสียงรบกวน และการรับเสียงจากภายนอก อัตโนมัติเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานการณ์นั้นๆ ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยโหมด Quick Attention สำหรับควบคุมการรับเสียงจากภายนอกด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสไปที่หูฟังด้านซ้าย ความดังของเสียงเพลงจะถูกลดระดับลงมาทันทีเพื่อให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกผ่านเข้าไปในหูฟัง รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 และ NFC ซึ่งได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อให้หูฟังทั้งสองข้างสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้โดยตรง ขณะที่ตัวหูฟังมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียงข้างละ  8.5  กรัม สวมใส่สบาย แถมพกพาสะดวกด้วยกล่องบรรจุเพื่อจัดเก็บ และชาร์จไฟพร้อมกันในตัว เมื่อตัวหูฟังถูกเสียบกลับลงในกล่องเคส โดยหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงเมื่อเปิด Noise Cancelling และสามารถชาร์จได้อีก 3 ครั้งเพียงเก็บลงในกล่องเคส ทำให้ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง         24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 90 นาที เมื่อชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น โดยสายชาร์จจะเป็นแบบ USB Type C ทั้งนี้โซนี่ไทยพร้อมวางจำหน่าย WF-1000Xm3     ทั่วประเทศตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้ ในราคา 8,990 บาทโดยจะมี 2 สีให้เลือกสรร คือสีดำ และสีเงิน


Pre-Booking

พิเศษสุด!! สำหรับผู้สนใจ WF-1000XM3 โซนี่จะเปิดให้สั่งจองหูฟัง WF-1000XM3 ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 21 กรกฎาคม ศกนี้ พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ Portable Charger(10000 mAh) ของโซนี่รุ่น         CP-V10B มูลค่า 1,790 บาท โดยผู้สั่งจองสามารถรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่    24 ก.ค. 2562  เป็นต้นไป ที่โชว์รูมโซนี่สโตร์ทุกสาขา และร้านผู้แทนจำหน่ายโซนี่ที่เลือกสรร ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม   ได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

อาร์ทีบีฯ เปิดตัวสุดยอดหูฟังไร้สาย “ATH-ANC900BT” จากแบรนด์ออดิโอ-เทคนิก้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนชั้นเยี่ยมและแบตพลังอึด เอาใจคอเพลงที่มองหาสุดยอดคุณภาพเสียงและอิสระการฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ


บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เปิดตัวสุดยอดหูฟังไร้สายแบรนด์ระดับตำนานจากออดิโอ-เทคนิก้า (Audio-Technica) รุ่นใหม่ล่าสุด คือ ATH-ANC900BT  หูฟัง Hi-res ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Digital Hybrid Active Noise Cancellation ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด พร้อมขุมพลังแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และครบครันด้วยฟังก์ชั่นการฟังเพลงเพื่อตอบสนองคนรักเสียงเพลงที่มองหาสุดยอดคุณภาพเสียงและอิสระในการฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการต่อยอดหูฟัง ATH-ANC700BT ที่ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี เพื่อเจาะกลุ่มผู้ที่นิยมระบบการตัดเสียงรบกวนระดับสูงโดยเฉพาะ

สำหรับ ATH-ANC900BT หูฟัง Hi-res นี้นับเป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบครอบหูระดับเรือธงรุ่น ใหม่ล่าสุดของออดิโอ-เทคนิก้า ที่ต่อยอดความสำเร็จในเรื่องการตัดเสียงรบกวนให้รุ่นก่อนหน้า โดยมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Digital Hybrid Active Noise Cancellation ตัวใหม่ล่าสุดที่ตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดในตระกูล QuietPoint® เพื่อที่จะให้ประสบการณ์ด้านเสียงเพลงชั้นเยี่ยมแม้ต้องเดินทางหรือทำงานนอกสถานที่ โดยมีการใส่ไมโครโฟน 4 ตัวเอาไว้ในหูฟังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 40 ม.ม. ที่ใช้ไดอะแฟรมเคลือบคาร์บอน เพื่อช่วยให้การถ่ายทอดเสียงที่มีความถี่สูงได้อย่างคมชัดและทรงพลัง

ขณะเดียวกันตัว Earpad สองชั้น ที่นุ่มด้านนอก และแน่นด้านใน ทำให้ตัดเสียงรอบข้างออก แต่ใส่นุ่มสบายหู โดยสามารถฟังเพลงต่อเนื่องพร้อมเปิด Active Noise Cancellation ได้นานสูงสุดถึง 35 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเพียงแต่ละครั้ง นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดี จึงน้ำหนักเบา ทำให้คุณสวมใส่ฟังเพลงได้นาน พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเสียงคุณภาพสูงแบบไร้สาย aptX และแอพพลิเคชั่น Audio-Technica Connect สำหรับควบคุมสั่งงานและปรับแต่งเสียงได้ดั่งใจด้วยตนเองบนสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังพับเก็บใส่กระเป๋าได้สบาย สะดวกต่อการพกพาไปฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยหูฟัง พร้อมวางจำหน่ายในเดือน กรกฎาคมนี้ ในราคา 11,500 บาท

สำหรับคนรักเสียงเพลงคุณภาพที่ต้องการอิสระในการฟังเพลงอย่างสมบูรณ์แบบสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-ANC900BT ได้ที่ ร้านซาวน์พรูฟ หรือร้านค้าออนไลน์ ได้ที่ ลาซาด้า, เมอร์คูล่า และช้อปปี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

ดูละ Spider-Man Far From Home


เนื้อเรื่องก็อย่างที่ทุกคนรู้คือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจาก Avengers Endgame เป็นช่วงเวลาที่ฮีโร่ต่างๆกระจัดกระจายไปคนละทาง คนที่มีพลังเยอะๆก็ไม่อยู่บนโลก (กัปตัวมาร์เวล และ ธอร์ ) หรือไม่ก็ไม่ได้เข้ามายุ่ง (Dr. Strange) ซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังมาก(กว่าคนปกติ)ที่ยังอยู่บนโลกก็เหลือแค่ Black panther (ซึ่งไม่ได้พูดถึง) ที่จริงมี War Machine ด้วยเนอะ ไม่รู้หายไปไหน และก็ Spider-Man ดังนั้นภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้เลยตกมาที่แมงมุมวัยรุ่นของเรานี่เอง

ถ้าเทียบกับ Home Coming แล้ว ในภาค Far From Home ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ มีความโตขึ้น และหนังพยายามโชว์ให้เห็นถึงภาระอันหนักอึ้งที่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ต้องแบกในวัยเพียง 16 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

หนังมีความฮาอยู่เรื่อยๆนะ มีจุดที่ทำให้คิดถึง โทนี่ สตาร์คอยู่เรื่อยๆ และใครเป็นแฟนของ Iron man จะมีอยู่ฉากนึงที่ทำให้เราเหมือนเห็นภาพโทนี่ในตัวปีเตอร์กันเลย ผมนี่ขนลุกเลย

สรุปว่าเป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำให้ไปดูกันสำหรับแฟน MCU โดยเฉพาะใครที่คิดถึงโทนี่ สตาร์คแนะนำเลยว่าควรดู อ่อ มี 2 End Credit นะ และไม่ใช่ End credit ที่ปัญญาอ่อนด้วย

เหนื่อยจังพยายามเขียนไม่ให้สปอยล์ ... ใครที่ดูมาแล้วเม้นต์กันมาได้นะ แต่พยายามอย่าสปอยล์ล่ะ

แค่ปรับ...ชีวิตเปลี่ยน ‘ROBINSON NEW THING NEW YOU’

โรบินสัน แท็กทีม 3 กูรู แนะเทคนิคปรับ ‘สิ่งใหม่’ ให้ตัวเอง เพื่อชีวิตดี๊ ดี ในแคมเปญ ‘ROBINSON NEW THING NEW YOU’



เวลาเดินไวมาก เผลอแปบเดียวก็ผ่านไปเข้าไปครึ่งปีแล้ว! เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่คิดว่า นี่ฉันยังไม่ได้ทำหรือมอบ  ‘สิ่งใหม่ๆ’ ให้ตัวเอง ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นปีเลย!...ด้วยเหตุนี้ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เลยขออาสาเป็นเดสติเนชั่นที่นำเสนอ ‘สิ่งใหม่ๆ’ แก่นักช้อป เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ ในคอนเซ็ปต์ ‘ประสบการณ์ใหม่...ที่คุณเองก็ช้อปได้’ กับแคมเปญ ‘Robinson New Thing New You’ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 21 กรกฏาคม 2562 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 49 สาขา

บอสสาว เออร์ลินดา เพชรพิสิฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การมอบสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง คนรัก และครอบครัว ก็เป็นเหมือนการให้รางวัล และกำลังใจซึ่งกันและกัน โรบินสัน จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการคัดสรรสินค้า สร้างสรรค์บริการ และกิจกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของนักช้อป เสมือนเป็นการชาร์จพลังบวกแก่นักช้อปในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งการดูแลครอบครัว การทำงาน หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือสังคม ให้ดีไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การเป็นเดสติเนชั่นที่สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้งแก่นักช้อป ตามที่โรบินสันตั้งใจไว้”

โดยงานนี้ โรบินสัน ยังแท็กทีม 3 กูรูผู้เชี่ยวชาญ มาแนะเทคนิคปรับ ‘สิ่งใหม่ๆ’ ให้ตัวเอง ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อชีวิตดี๊ ดี เริ่มที่...

‘ครูเกด – ฐาดินี’ ที่แนะถึง ‘Life Makeover’ การแต่งตัวของคนยุค 2019 ว่า “ก่อนอื่นต้องบอกว่า ‘การแต่งตัว’ คือ การนำเสนอมุมมองที่เรามีต่อตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเข้าใจในความเป็นเรา การแต่งตัวดีทำให้เราสามารถนำเสนอมุมที่เราเคารพตัวเอง และเคารพผู้อื่นโดยที่เราไม่ต้องพูด ซึ่งส่งผลให้เราได้รับความเคารพนั้นกลับมาด้วย ซึ่งเทรนด์การแต่งตัวของคนยุค 2019 จะเน้นการแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รู้จักจุดเด่น และจุดด้อยของตัวเอง รู้ว่าสไตล์ไหนที่แต่งออกมาแล้วดูดี เหมาะกับตัวเองและเหมาะกับโอกาสมากที่สุด ไม่ใช่เดินออกมาจากแคตตาล็อคแฟชั่นเพียงอย่างเดียว ซึ่งเกดมองว่าการแต่งตัวเป็นตัวของตัวเองจะเป็นการสร้างจุดต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการแต่งตัว และสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราเพิ่มมากขึ้น”

แต่การแต่งตัวดีอย่างเดียวคงไม่พอ...ต้องอาศัย ‘พลังแห่งการเมคอัพ’ เข้ามาช่วยเสริม เพื่อปรับลุคใหม่ ให้โททอลลุคของคนยุค 2019 คอมพลีทแบบปังๆ โดยได้เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังของไทยอย่าง ‘ป้อม – วินิจ’ มาแนะเทคนิคแบบเริ่ดๆ ว่า “ถ้าพูดถึงการเมคอัพ หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องเฉพาะคุณสาวๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันเรื่องเมคอัพ เป็นเรื่องที่คุณหนุ่มๆ ก็หันมาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะพลังแห่งการเมคอัพ นอกจากจะช่วยเปลี่ยนลุคเราได้หลากหลายรูปแบบแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมบุคลิกภาพ

ทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ซึ่งการเมคอัพที่ดีในมุมมองของพี่ป้อม คือ การเมคอัพที่เข้ากับลุคการแต่งตัว และโอกาส มีความเป็นธรรมชาติ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป การเลือกเครื่องสำอางจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกที่เข้ากับสีผิวทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เพื่อ เบลนด์ให้เข้ากับเราจะได้ดูดีเป็นธรรมชาติมากที่สุด ”

ลุคดีแล้ว...ที่อยู่อาศัยก็ต้องดีตามไปด้วย เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี โดย ‘ซินแสเป็นหนึ่ง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยได้แนะเคล็ดลับ ‘ฮวงจุ้ยดี ชีวิตมีความสุข’ กับการปรับฮวงจุ้ยภายในบ้านใหม่ เพื่อความโชคดี และร่ำรวยว่า “ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี ต้องเริ่มตั้งแต่ ‘หน้าบ้าน’ หน้าบ้านที่เพอร์เฟ็ค สีประตูหน้าบ้านต้องใหม่อยู่เสมอ กลอนประตู การเลื่อนเปิด-ปิด ต้องไม่ฝืด ทุกอย่างจะต้องใช้งานได้ 100%  ฉะนั้นบ้านใครที่ประตูบ้านมีปัญหาฝืด ใช้การไม่ได้ ควรปรับหรือเปลี่ยนใหม่ให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ส่วนที่ถัดเข้ามาคือ ‘รั้วประตูบ้าน’ ควรปลูกต้นไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ยิ่งต้นที่สามารถออกดอกออกผลได้ จะยิ่งดี มาที่ ‘ห้องครัว’ สำคัญที่สุดเลย อะไรที่กำลังจะหมดให้รีบเปลี่ยนใหม่ หรือที่หมดก็เก็บทิ้งซะ เพราะมันเปรียบเสมือนความว่างเปล่า ส่งผลในเรื่องการเงิน การซื้อเปลี่ยนใหม่ รวมทั้งการมีข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาล น้ำปลา อยู่ในครัว จะเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์ในเรื่องของการเงินได้ดี และอาจารย์ขอเสริมอีกนิด ในครึ่งปีหลังนี้ อยากให้ทุกราศี ซื้อจาน ชาม ช้อน แก้ว ชุดใหม่ เพื่อเสริมดวงในช่วงครึ่งปีหลังให้ปังๆ ตลอดปีนี้”

ซึ่งสำหรับใครที่อยากได้เทคนิคจาก 3 กูรูผู้เชี่ยวชาญ เพิ่มเติม ก็สามารถมาร่วมกิจกรรมเวิรค์ช้อปปรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิต เพียงช้อปที่แผนกเครื่องสำอาง แผนกแฟชั่นบุรุษ - สตรี และแผนกเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน ตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน  3  สาขา พลังแห่งการเมคอัพ โดยเมคอัพ อาร์ทิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ‘คุณป้อม - วินิจ’ (วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ที่สาขาเชียงใหม่), ฮวงจุ้ยดี ชีวิตมีความสุข โดย ‘ซินแสเป็นหนึ่ง’ (วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 ที่สาขาอุดรธานี), Life Makeover โดย ‘ครูเกด - ฐาดินี’ และแชมป์ THE FACE THAILAND SEASON 2 ‘ติช่า - กันติชา ชุมมะ’ (วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 ที่สาขาพระราม 9)

ร่วมมอบ ‘สิ่งใหม่ๆ’ เพื่อชีวิตดี ดี๊ ให้ตัวเอง กับแคมเปญ ‘Robinson New Thing New You’ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 21 กรกฏาคม 2562 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 49 สาขา

คริสเตน สจ๊วร์ต นำ JT LeRoy แซ่บ ลวง โลก ภาพยนตร์ LGBTQ ต้อนรับเดือน เดือน ‘Pride Month’ ตีแผ่เรื่องจริงสุดฉาวในมุมที่โลกไม่เคยรู้


JT LeRoy แซ่บ ลวง โลก  สร้างจากเรื่องจริงสุดอื้อฉาวของวงการหนังสือในสหรัฐเมื่อปี 2006  โดย ผู้กำกับ King Cobra (2016)  ช่วงปลายยุค 1990s จนถึงกลาง 2000s หนึ่งในนักเขียนนิยายที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ คือ เจที ลีรอย หรือ เจเรอไมอาห์ เทอร์มิเนเตอร์ ลีรอย (Jeremiah Terminator LeRoy) ผู้เขียนนิยายกึ่งอัตชีวประวัติเรื่อง Sarah เล่าเรื่องเด็กวัยรุ่น LGBTQ ติดยาที่น่าสงสารซึ่งมีแม่เป็นโสเภณี แต่บังเอิญว่าหนังสือเกิดดังขึ้นมาและถูกซื้อสิทธิ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ เจที ลีรอย นักเขียนขวัญใจชาว LGBTQ ไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่เป็นร่างอวตารที่ ลอร่า อัลเบิร์ต ผู้แต่ง Sarah สร้างขึ้น  เธอจึงต้องพึ่งซาวันนาห์ สนูป (คริสเตน สจ๊วร์ต) น้องสาวของแฟนหนุ่มมารับหน้าเป็นเจที ลีรอย เพราะดูแล้วมีภาพที่ตรงกับลักษณะที่เธอแอบอ้างมากกว่า  สนูป สวมบทบาทนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ได้ออกงานต่างๆ กลายเป็นข่าวใหญ่โต จากสิ่งที่เริ่มต้นด้วยความสนุกสนาน ทั้งคู่หารู้ไม่เลยว่า มันจะกลายเป็นหนึ่งในเรื่องฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการวรรณกรรม


คริสเตน สจ๊วตเรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการแสดงเป็น ซาวานน่าห์ นูป หรือ เจที ลีรอย เพราะ เธอเติบโต มาจาก การเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก และโด่งดังไปทั่วโลก กับการเแสดงแฟรนไชส์แวมไพร์สุดโรแมนติกอย่าง Twilight เคยตกเป็นเป้าสายตาของประชาชนในการจับตาเรื่องความรักกับ โรเบิร์ต แพททินสัน กลายเป็นข่าวฉาวในการเป็นมือที่สาม ของชีวิตครอบครัวของผู้กำกับ โรเบิร์ต แซนเดอร์ส แต่สุดท้ายแล้ว เธอก็ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้เธอรับงานที่หลากหลายและกลายเป็นนักแสดง ที่ได้รับการยอมรับทางด้าน ฝีมือ  เธอได้รางวัล César Awards สาขานักแสดงสมทบ หญิงยอดเยี่ยม จากการแสดงในเรื่อง Clouds of Sils Maria และเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าเป็นว่าเป็นเลสเบี้ยนในปี 2017 และหลังจากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป สจ๊วต กลายมาเป็น ไอคอนของเหล่า LGBTQ และผู้ทรงอิทธิพลทางด้านแฟชั่น