BREAKING NEWS

Hilight

Gadget Review

Fashion

งานไอเดีย

อยากเล่าข่าว

ความบันเทิง

Travel by TalkaTrip

Event more Talkatrip

Latest Updates

วงเสวนา ห่วงน้ำกระท่อมสูตรใหม่เกลื่อนเมือง จี้ปรับกม.คุมการเข้าถึง

 


วงเสวนาวันเยาวชนแห่งชาติ ห่วงน้ำกระท่อมสูตรใหม่เกลื่อนเมือง จี้ปรับกม.คุมการเข้าถึงพืชกระท่อม สกัดโฆษณาหว่านแห ดึงเยาวชนเป็นลูกค้า แพทย์ ชี้มีสารเสพติดต้องระวังการใช้ในทางที่ผิด ด้าน“เยาวชนก้าวพลาด” เตือนอุทาหรณ์ ซดน้ำท่อมการเรียนแย่ พัฒนาไปสู่ยาเสพติดอื่น จนติดคุก หวั่นพฤติกรรมสุมหัวดื่ม แก้ว-หลอดเดียวกันเสี่ยงติดโควิด

เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับ มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย จัดเสวนาออนไลน์ เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ (20ก.ย. ของทุกปี) เรื่อง “(ร่าง) พ.ร.บ.พืชกระท่อมกับสังคมไทย ทำอย่างไรถึงจะปกป้องเด็กและเยาวชน” 


รศ.พญ.รัศมน  กัลยาศิริ  ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด กล่าวว่า กระท่อมถือเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาแต่ยังต้องค้นคว้าวิจัยเรื่องข้อบ่งใช้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวังเรื่องการใช้ในทางที่ผิดด้วย เพราะกระท่อมมีสารที่ออกฤทธิ์ทำให้เสพติดได้ คือ ไมทราไจนีน (Mitragynine) ออกฤทธิ์เหมือนฝิ่น โดยจะไปออกฤทธิ์ต่อตัวรับในสมอง มีฤทธิ์ลดปวด และเคลิ้มสุขและทำให้เสพติดได้หากใช้ไปนาน ๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีสาร 7-hydroxymitragynine อีกตัวที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างแรงกว่า จะพบอยู่ประมาณ 2% ในกระท่อม ดังนั้นหากเปิดเสรีเกินไป  จึงน่ากังวลว่าในอนาคตหากใช้ในความเข้มข้นสูง หรืออาจจะมีคนพัฒนาสารให้ออกฤทธิ์แรง  

“พืชกระท่อมหากใช้น้อยมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท แต่ถ้าใช้ปริมาณมากจะกดประสาท กรณีน้ำต้มใบกระท่อมนั้นจะมีความเข้มข้นของไมทราไจนีนสูง เพราะมักใช้ใบจำนวนมาก ทำให้สกัดสารออกมาได้มาก จึงมีฤทธิ์กดประสาทได้พอสมควร ดังนั้นในกฎหมายจึงห้ามใช้ โดยเฉพาะนำไปผสมยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และหากเกิดการเสพติดแล้วอาการถอนจะเหมือนติดฝิ่น เฮโรอีน เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก คลื่นไส้อาเจียน แต่อาจจะไม่ทุกข์ทรมานเท่า แต่ก็ต้องยอมรับว่า เลิกได้ยากเช่นกัน ต้องให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด ยาบรรเทาอาการกระสับกระส่าย ยาช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ เป็นต้น แต่หลายครั้งคนไข้ก็หวนกลับไปใช้พืชกระท่อมอีกครั้ง เพราะต้องยอมรับว่าสารเสพติดไม่ว่าชนิดไหน หากปล่อยให้ติดแล้วล้วนเลิกยากทั้งสิ้น ที่สำคัญคือพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อม เช่น การดื่มด้วยแก้วหรือภาชนะเดียวกัน หรือใช้หลอดเดียวกันวนกันดื่มในกลุ่ม เสี่ยงอย่างมากในการติดโควิด” รศ.พญ.รัศมน กล่าว

นายเอ (นามสมมติ) อดีตเยาวชนก้าวพลาด จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ตนพ้นโทษออกจากสถานพินิจฯ จากคดีจำหน่ายใบกระท่อมเมื่อวันที่ 24สิงหาคมที่ผ่านมา โดยพื้นฐานเดิมไม่ได้เป็นเด็กเรียน แต่ก็ไม่ได้เกเรมาก ฐานะที่บ้านก็พอมีพอกิน แต่พอเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มัธยมศึกษาปีที่1เริ่มคบเพื่อน และรุ่นพี่ชวนกันไปมั่วสุมสูบบุหรี่ กินยาแก้ไอผสมยาแก้ปวด หลังโรงเรียน จากนั้นเริ่มผสมสูตรไปเรื่อยๆ  โดยหาซื้อจากร้านยาใกล้โรงเรียน  และเริ่มเปลี่ยนมากินน้ำกระท่อมผสมยาบางชนิด เพื่อความสนุก รวมค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งมากกว่า 200บาทขึ้นไป นอกจากนี้ก็เริ่มเสพยาเสพติดชนิดอื่น ทั้งยาบ้า ยาเค และเข้าสู่การเป็นเด็กค้ายา เพราะมีคนเข้ามาชักชวน ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ผลการเรียนแย่ลง จนกระทั่งถูกตำรวจจับตอนอายุ18ปี กรณีขายใบกระท่อม ศาลตัดสินส่งไปที่ศูนย์แรกรับ ก่อนจะถูกส่งตัวมาที่บ้านกาญนาภิเษก ซึ่งที่นั่นจะมีการสอนวิชาชีวิต วิเคราะห์ข่าวสถานการณ์ต่างๆ และกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตอีกหลายรูปแบบ กิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือสังคม  ถือว่าเป็นประโยชน์ในการฝึกระบบการคิด เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เราไปทำในสิ่งที่ผิด ทำให้เข้าใจปัญหาสังคมและเห็นคุณค่าตัวเอง 


“วิถีคนกินน้ำกระท่อมค่อนข้างน่ากังวล ยิ่งในช่วงการระบาดโรคโควิด เพราะพอต้มเสร็จ จะมีแก้วกลางที่กินร่วมกัน ใช้หลอดเดียวกัน ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดมาก หากไม่กินร่วมกันจะถูกมองว่าเรารังเกียจเพื่อนแปลกแยก” เยาวชนก้าวพลาด กล่าว และว่า สำหรับกรณีที่มีการปลดล็อคพืชกระท่อมนั้น ส่วนตัวยังเคยเข้าใจว่าสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ต้องแอบพก แอบขาย เหมือนในอดีต ยิ่งเป็นเด็กรุ่นหลังคงไม่ทราบเลยว่า ความจริงแล้วมันไม่ได้เสรีขนาดนั้น เชื่อว่าด้วยธรรมชาติของวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง น่าจะมีการปรับสูตรนำสารอื่นๆ มาผสมแน่ๆ   ยิ่งปัจจุบันเข้าถึงง่ายมากผ่านโซเชียลมีเดีย จุดนี้น่าเป็นห่วงมาก อยากให้ผู้ใหญ่ที่กำลังพิจารณากฎหมายมองให้ไกล และเท่าทันต่อสภาพปัญหา  ห่วงเด็กและเยาวชนให้มากๆ


นายพิทยา จินาวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ต้องทราบก่อนว่าเวลาที่เขาพิจารณาการควบคุม 1.เขาจะดูคุณภาพของคนในประเทศ ทั้งการศึกษา จิตสำนึก การมีรายได้  และ 2.คุณภาพ มาตรการของรัฐ โปร่งใสหรือไม่ การบังคับใช้กฎหมายเป็นอย่างไร จึงเป็นที่มาว่าบางประเทศมีร้านขายกัญชาได้ แต่บางประเทศไม่มี ดังนั้น ในส่วนของไทยต้องไม่เป็นการเสรีเกินไป ควรใช้กฎระเบียบควบคุมตั้งแต่การปลูก การผลิต การขายรวมถึงควบคุมการโฆษณา โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน อย่าลืมบทเรียนเหล้า บุหรี่ ยาชูกำลัง ต้องคาดการณ์ว่าฝ่ายธุรกิจจะทำอะไร การตลาดการโฆษณาจะไปทางไหน  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคิดเผื่อด้วย และเมื่อใช้มาตรการแล้วเห็นช่องว่างจะมีการปรับปรุงอย่างไร ทั้งการออกกฎระเบียบย่อยหรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง


นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า อยากจะเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มสาระของกฎหมายให้คุ้มครองเด็ก เยาวชนในการเข้าถึงพืชกระท่อมด้วย ทั้งแง่ของการจำกัดอายุไม่ต่ำกว่า 20ปี และควบคุมการโฆษณาส่งเสริมการขายที่ไม่พุ่งเป้ามาที่เด็กและเยาวชน  ต้องไม่ให้ดำเนินการได้อย่างเสรี เพราะกระท่อมยังมีสารที่ทำให้เกิดการเสพติด เป็นอันตราย นอกจากนี้ควรเปิดช่องให้สามารถออกอนุบัญญัติ เพื่อควบคุมการขาย การบริโภคที่จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนในอนาคตได้ด้วย เพราะเชื่อว่าจะมีวิวัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆและกฏหมายจะตามไม่ทัน และเร็วๆนี้เครือข่ายเยาวชนฯ จะไปยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณา พรบ.พืชกระท่อม ที่วุฒิสภาอีกด้วย

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกชัยชนะ ด้วย QLED TV จากซัมซุง ทีวีที่เข้าใจเกมเมอร์มากกว่า ด้วยสเปคระดับท็อปแรงค์ ในราคาต่ำ 2 หมื่น

 


เป็นที่รู้กันว่าปี 2564 คือสมรภูมิที่แท้จริงของสงครามเกมคอนโซลครั้งที่เก้า จากการเปิดตัวของ PlayStation 5 และ Xbox Series X เมื่อปลายปีที่แล้ว และ Nintendo Switch โมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนตุลาคมปีนี้ มีแต่คุณเท่านั้นที่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ แต่ก่อนที่คุณจะลองทดสอบความสามารถของผู้ท้าชิง คุณจะต้องมีหน้าจอที่สามารถเปิดประตูสู่ประสบการณ์เกมมิ่งอย่างเต็มรูปแบบก่อน และไม่ใช่ทีวีทั่วไปที่จะสามารถดึงศักยภาพของเครื่องเกมคอนโซลออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นทีวีที่มีเทคโนโลยีที่แรงค์สูงไม่ต่างจากเกมคอนโซลรุ่นล่าสุด

ซัมซุงทีวี Q65A คือเกมมิ่งทีวีรุ่นเริ่มต้นสำหรับเกมเมอร์ทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นสายแอคชั่นเอามันส์ สายเนื้อเรื่องเน้นภาพสวยคัตซีนเข้มข้น หรือสายตี้เล่นกันเป็นทีม ด้วยสเปคเครื่องที่เอาอยู่ทุกเกม เทคโนโลยีภาพคมชัด และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ทำให้คุณหลุดเข้าไปในโลกของเกมคอนโซลไปพร้อมกับทีวี QLED จากซัมซุง


เคลื่อนไหวได้ดั่งใจ แทบไม่มีอินพุตแลคและภาพเบลอ

ภาพกระตุกและอาการภาพเบลอเป็นอุปสรรคที่น่าหงุดหงิดซึ่งส่งผลต่อเพอร์ฟอร์แมนซ์และประสบการณ์การเล่นเกม เพราะคุณรู้ดีว่าที่คุณต้องแพ้หรือเสียแต้ม ไม่ได้เป็นเพราะคุณเล่นไม่ดีแต่เป็นเพราะอุปกรณ์ที่คุณใช้ไม่สามารถรับมือกับเกมของคุณได้ต่างหาก โดยเฉพาะในเกมแอคชั่นแบบ FPS (First-Person Shooter) การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและการมองเห็นเป้าหมายได้อย่างชัดเจนคือหัวใจสำคัญในการเอาชนะ หากไม่มีทั้งสองอย่างก็ไม่ต่างอะไรกับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเล่นด้วยซ้ำ

ในขณะที่ปัจจุบันเครื่องเกมคอนโซลมีเฟรมเรท (frame rate) 60 fps เป็นมาตรฐาน ถ้าจอทีวีที่คุณใช้ไม่สามารถแสดงภาพด้วยเฟรมเรทที่สูงใกล้เคียงกันได้ คุณคงจะเลี่ยงอาการแลคได้ยาก ดังนั้นการลงทุนกับจอทีวีที่สามารถเข้ากับคอนโซลและความคาดหวังของคุณได้คือที่สุดของการเล่นเกม ซัมซุงทีวี Q65A มาพร้อมกับหน้าจอ 60 fps ให้คุณสัมผัสความลื่นไหลลื่นของการเคลื่อนไหว และโหมด Auto Low Latency ที่ช่วยให้คุณเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการปรับการทำงานของหน้าจอโดยอัตโนมัติตามเกมที่คุณกำลังเล่นเพื่อลดอาการแลค นอกจากนี้ยังมี Motion Xcelerator เทคโนโลยีที่ช่วยลดอาการเบลอของภาพให้คุณเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำทุกการยิง



คมทุกฉากชัดทุกสกิน เห็นภาพได้สวยกว่าบนจอ 4K

ความสนุกอีกอย่างของการเล่นเกมคือได้อินไปกับภาพและแอนิเมชันที่เล่าเรื่องราวของตัวละครในเรื่อง ซึ่งโปรดักชั่นของเกมในปัจจุบันพัฒนามาไกลในระดับที่เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาช่วยทำให้แอนิเมชันดูสมจริงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอเกมจากค่ายเกมใหญ่ๆ ที่มาในความชัดระดับ 4K ยิ่งทำให้การเล่นเกมไม่ต่างจากการได้ดูหนังหรือซีรีส์ฟอร์มยักษ์ซักเรื่อง ด้านเครื่องเกมคอนโซลก็มีการยกระดับเทคโนโลยีให้รองรับภาพ 4K มาซักระยะแล้วเช่นกัน

ในเมื่อเกมที่คุณรอจะเล่นอย่าง FIFA 21, Marvel's Spider-Man: Miles Morales, และ Assassin's Creed Valhalla ก็ต่างเป็นเกมในระดับ 4K ทั้งนั้น ทีวีที่คุณเลือกใช้เพื่อเล่นเกมก็ควรเป็นทีวี 4K เช่นกัน ซัมซุงทีวี Q65A คือทีวี QLED ความคมชัดระดับ 4K ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม Quantum HDR เผยให้เห็นถึงรายละเอียดและคอนทราสต์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม เสริมด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot ที่สามารถถ่ายทอดสีสันได้อย่างสมจริงในทุกระดับความสว่าง ด้วยระดับสี 100 เปอร์เซ็นต์ และยังหมดห่วงได้เลยว่าแถบพลังหรือเมนูเกมจะทำให้หน้าจอมีรอย Burn-in เพราะทีวี QLED เป็นเทคโนโลยีที่สร้างความร้อนต่ำ ทำให้เกิดรอยไหม้ได้อยากกว่า และซัมซุงยังมี Burn-in Free Warranty รับประกันซ่อมฟรีทันทีหากเกิดปัญหาหน้าจอไหม้อีกด้วย



ฟีเจอร์ที่เข้าใจเกมเมอร์ตัวจริง เป็นตัวช่วยสำหรับทุกชัยชนะ

สิ่งที่เกมเมอร์ต้องมีคืออุปกรณ์ที่ทำให้คุณสามารถแสดงความโปรออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้เกมมิ่งเพื่อลดอาการล้าจากการเล่นเกมเป็นเวลานาน เกมคอนโทรลเลอร์ที่จับสบายมือและตอบสนองได้รวดเร็ว และตัวช่วยที่สามารถขยายประสาทสัมผัสของคุณขณะเล่นเกม ด้วยเหตุนี้ทีวีซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการเล่นเกมคอนโซล จึงจำเป็นต้องมีฟีเจอร์ที่สามารถเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นและการได้ยินของคุณ และควรจะเป็นตัวช่วยให้คุณคว้าชัยชนะในการเล่นเกมทุกสไตล์ ทั้งแบบโซโล่และเล่นเป็นทีม

เพราะเหตุนี้ ซัมซุงทีวี Q65A จึงเป็นมาตรฐานทีวีสำหรับเกมมิ่ง ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบมาได้รู้ใจเกมเมอร์ที่สุด เกมเมอร์สายแอคชั่นและแอดเวนเจอร์จะต้องถูกใจฟีเจอร์ Super Ultrawide GameView ที่ทำให้คุณสามารถปรับอัตราส่วนหน้าจอเป็น 21:9 และ 32:9 ได้ มองเห็นได้รอบด้านกว่าที่เคยบนหน้าจอทีวี มาพร้อมกับ Game Bar แผงควบคุมให้คุณปรับการแสดงผล เช็คความเร็วในการตอบสนอง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ โดยไม่ต้องออกจากเกม นอกจากนี้เทคโนโลยี Object Tracking Sound Lite (OTS Lite) ยังทำให้คุณสามารถรับรู้ทิศทางของเสียงได้อย่างชัดเจน ทั้งเสียงฝีเท้าหรือเสียงสกิลของศัตรู ให้คุณพร้อมตั้งรับอยู่เสมอ


และสายตี้ อย่างเกม Call Of Duty, NBA 2K21, และ Monster Hunter จะต้องชอบฟีเจอร์ Multi View ที่ทำให้คุณสามารถแสดงจอสมาร์ทโฟนที่คอลกับเพื่อนในทีมบนหน้าจอทีวีได้และเล่นเกมไปพร้อมกัน เหมือนได้นั่งเล่นในห้องเดียวกัน หรือเกมเมอร์สายสตราทีจีจะเอาไว้เปิดแมปหรือสูตรเกมไปด้วยก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

มาอัพแรงค์ประสบการณ์เกมมิ่งของคุณไปอีกขั้นด้วย ซัมซุงทีวี Q65A ในราคาเริ่มต้นเพียง 18,990 บาท และรับสิทธิ์ลงทะเบียนรับประกันนานถึง 3 ปี เมื่อซื้อทีวี Q65A ขนาด 55 นิ้วขึ้นไป ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/tvs/qled-tv/q65a-43-inch-qled-4k-smart-tv-qa43q65aakxxt/

ซัมซุงเดินหน้าปั้นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ สู่กระแสหลัก หลังกระแสตอบรับ Galaxy Z Series ท่วมท้นในไทยและทั่วโลก

 


ซัมซุง เผยกลยุทธ์พิชิตตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ตอกย้ำตำแหน่งที่หนึ่งทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ด้วยยอดจองพุ่งทะลุ 8 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าตั้งแต่ยัง

ไม่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และตัวเลขลูกค้าใหม่จากแบรนด์อื่นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 10% พร้อมตั้งเป้าสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้กลายเป็นสมาร์ทโฟนกระแสหลักมากขึ้นในอนาคต

ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2564 ซัมซุงได้ทำการสำรวจตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย และค้นพบว่าตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว ขณะเดียวกับที่ตัวเลขของสมาร์ทโฟนในกลุ่มพรีเมี่ยมเซกเมนต์กลับสวนทางตลาด ด้วยอัตราการเติบโตเชิง

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นถึง 11% ในขณะที่อัตราการเติบโตเชิงปริมาณเพิ่มขึ้นเพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยพร้อมที่จะซื้อผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม หากผลิตภัณฑ์นั้นมีนวัตกรรมที่ดีและตรงกับความต้องการของพวกเขา

ซัมซุง ผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่ง 3 ปีซ้อน

นายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานองค์กรกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ซัมซุงได้บุกเบิกตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ผ่านการเปิดตัว Galaxy Fold ในปี 2562 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในสมาร์ทโฟนเซกเมนต์ใหม่ที่มีซัมซุงเป็นผู้นำ โดยตลาดนี้ได้มีการเติบโตขึ้นต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด ซึ่งบริษัทวิจัยข้อมูล[1] ได้เผยผลการวิเคราะห์ว่าตัวเลขตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้จะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายในสิ้นปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรืออัตราการเติบโตต่อปี  (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ที่ประมาณ 113% และยอดขายจะพุ่งสูงถึง 64 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในปี 2568”

“ซัมซุงครองความเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ตลอด 3 ปีซ้อน ซึ่งจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมล่าสุดให้กับผู้บริโภคผ่านฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าได้จริง ทำให้สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ในเจเนอเรชันล่าสุดของซัมซุง อย่าง Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G ประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดจองทั่วโลก ทั้งในเกาหลีใต้ อเมริกา และยุโรป เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าเป็นอย่างมาก รวมถึงในประเทศไทยที่ล่าสุดตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 8 เท่า ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยเช่นกัน” นายสิทธิโชค กล่าวเพิ่มเติม


Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G กับการสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งด้านนวัตกรรมและประสบการณ์การใช้งาน

เหตุผลที่ทำให้ Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนแฟลกชิปด้วยการรวมหลากหลายสุดยอดนวัตกรรม ‘ครั้งแรกของโลก’ ไว้ในเครื่องเดียวแล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำ ‘ความคิดเห็นของผู้บริโภค’ มาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา ทำให้สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นใหม่นี้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ทั้งในด้านการทำงาน ความบันเทิง การรับชมคอนเทนต์ การเล่นเกม ผ่าน Galaxy Z Fold3 5G และด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทำให้ของ Galaxy Z Flip3 5G ได้บ่งบอกตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนของคนยุคใหม่อีกด้วย

การตลาดเชิงรุกแบบ ‘คัลเจอร์เรอร์ คูล’ สร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภค ผ่านอินฟลูเอนเซอร์

ปีนี้ยังถือเป็นปีแรกที่ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้พร้อมกันทั้ง 2 รุ่น ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง (Mainstream) ยิ่งไปกว่านั้น ซัมซุงยังได้เปลี่ยนกลยุทธ์การทำการตลาดและการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ จากเดิมที่จัดสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ไว้ในหมวดหมู่ลักซ์ชัวรีเซกเมนต์ (Luxury Segment) และทำการสื่อสารกับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม มาเป็นการทำการตลาดในรูปแบบ

‘คัลเจอร์เรอร์ คูล’ (Cultural COOL marketing) เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคในวงกว้าง อาทิ การดึงศิลปินไอดอลเกาหลีวง BTS ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ พร้อมทำมิวสิควิดีโอพิเศษเพื่อการเปิดตัว Galaxy Z Flip3 5G โดยเฉพาะ หรือการพาร์ทเนอร์กับอินฟลูเอนเซอร์ในไทยให้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ในแบบของตนเอง ด้วยเป้าหมายที่จะให้สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้กลายเป็นสมาร์ทโฟนกระแสหลักมากกว่าเดิม

ฟอร์มแฟกเตอร์ดึงดูดใจลูกค้าใหม่ ด้วยอัตราเปลี่ยนแบรนด์สูงถึง 30%

ผลลัพธ์จากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ทั้งในด้านนวัตกรรมและฟอร์มแฟกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ การทำการตลาดและการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่โดนใจผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงกลยุทธ์ด้านราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถนำสมาร์ทโฟนเครื่องเก่ามาเป็นส่วนลดแลกซื้อเครื่องใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่ลูกค้าซัมซุงเดิมได้มากกว่ารุ่นที่ผ่านมา โดยจากข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ samsung.com นับตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม – 7 กันยายน 2564 พบว่ามีผู้บริโภคใหม่ที่เข้ามาดูรายละเอียดเพื่อค้นหาข้อมูลสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นอื่นกว่าเท่าตัว พร้อมทั้งยังมีอัตราการเปลี่ยนแบรนด์ (Switching) เพื่อมาใช้ซัมซุงเพิ่มขึ้นถึง 10% จากอัตราลูกค้าใหม่ที่เปลี่ยนแบรนด์ โดยปกติที่ 20% แต่เมื่อเป็นช่วงเวลาการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้กลับสูงถึง 30%

“จากปรากฎการณ์ความสำเร็จอย่างท่วมท้นทั่วโลกและในประเทศไทย ด้วยยอดสั่งจองล่วงหน้าของ Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G ที่เกินเป้าหมายกว่า 2 เท่า ทำให้ซัมซุง ประเทศไทย ได้รีบวางแผนจัดการเป็นการเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้ เราจึงได้เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อให้ลูกค้าทำการจองสินค้าล่วงหน้า ผ่านทาง Samsung.com และ Samsung Experience Store อีกครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป ซึ่ง

ทางบริษัทฯ จะทำการส่งมอบตามลำดับการลงทะเบียน โดยคาดว่าจะสามารถส่งมอบสินค้าล็อตแรกได้ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้” นายสิทธิโชค กล่าวทิ้งท้าย

ยูนิโคล่จับมือ White Mountaineering เปิดตัวคอลเลคชันใหม่เป็นครั้งแรก สร้างโอกาสใหม่ในการสวมใส่เสื้อตัวนอกและเสื้อผ้าฟลีซในทุกช่วงเวลา

 


ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เปิดตัวคอลแลบบอชันคอลเลคชันใหม่ ที่ร่วมมือกับแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง White Mountaineering เป็นครั้งแรก โดยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะสร้างความโดดเด่นด้านดีไซน์ผ่านเสื้อตัวนอกและเสื้อผ้าฟลีซ (Fleece) ของยูนิโคล่ คอลเลคชันสุดโดดเด่นนี้ได้ผสานตัวตนด้านเสื้อผ้าเอาท์ดอร์ของ White Mountaineering ที่ถูกนำเสนอผ่านการตีความใหม่ด้วยหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) พร้อมฟังก์ชันและดีไซน์สุดล้ำ เพื่อประโยชน์การใช้สอยในทุกการสวมใส่ คอลเลคชัน UNIQLO and White Mountaineering จะวางจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 นี้เป็นต้นไป

โยสุเกะ ไอซาวะ (Yosuke Aizawa) ดีไซน์เนอร์แห่ง White Mountaineering เผยว่า “ผมใส่ความคิดในฐานะดีไซน์เนอร์ไปเยอะมาก รวมถึงการที่ผมได้พัฒนาวิธีการใช้ฟังก์ชันเสื้อตัวนอกและสปอร์ตแวร์สำหรับยูนิโคล่ เพื่อทุกคนไม่ว่าพวกเขาจะมีความต้องการที่หลากหลายแค่ไหน การออกแบบเสื้อผ้าโดยคำนึงอยู่เสมอว่า ‘ทุกคนต้องเคลื่อนไหวร่างกาย’ ถือเป็นหนึ่งในหลักการดีไซน์ของผมเลย ดังนั้นผมจึงต้องพิถีพิถันในแพทเทิร์นเสื้อผ้าและรายละเอียดที่จะไม่สร้างความหนักหรือทำให้ร่างกายต้องออกแรงเพิ่มระหว่างการสวมใส่ ผมเชื่อว่าเราได้สร้างไลน์เสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน และทุกสภาพแวดล้อมแนวใหม่”


เสื้อผ้าถือเป็นภาษากลางที่สื่อสารกันได้ทุกคน

คอลเลคชันใหม่ครั้งนี้มาในธีม “ครอบครัว” ที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ผ่านการออกแบบของ โยสุเกะ ไอซาวะ ดีไซน์เนอร์แห่ง White Mountaineering และคอนเซปต์ไลฟ์แวร์ของยูนิโคล่ ที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าเพื่อทุกคน ทุกที่  ทุกเวลา คอลเลคชัน UNIQLO and White Mountaineering ประกอบด้วยเสื้อผ้า 9 ไอเทม สำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก เพื่อออกแบบเสื้อผ้าให้กลายเป็นภาษากลางที่ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ โดยการออกแบบขั้นพื้นฐานของคอลเลคชันนี้จะต้องมั่นใจว่าทุกคนในครอบครัวสามารถสวมใส่ได้ จึงใช้ซิลลูเอทและโทนสีที่เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม ดึงเอกลักษณ์ของทั้งยูนิโคล่และ White Mountaineering ออกมาได้อย่างชัดเจน


รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าในคอลเลคชัน UNIQLO and White Mountaineering

เสื้อยูนิโคล่ไฮบริดดาวน์ (Hybrid Down) เสื้อตัวนอกรุ่นใหม่ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างดาวน์ขนเป็ด (Down) และบุด้วยผ้าคอตตอน (Cotton padding) วางจำหน่ายทั้งผู้ชายและผู้หญิง สำหรับเสื้อฮู้ดพาร์ก้าของผู้ชาย (Parka) จะมีซิป 2 ชั้นด้านหน้า ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็น White Mountaineering แต่สำหรับผู้หญิงจะมีทรงที่ดูสบายๆ มากกว่า รวมถึงส่วนเสื้อช่วงหลังที่จะแปลกใหม่กว่า ส่วนเสื้อแจ็กเก็ตฟลีซ (Fleece) สร้างสรรค์ผ่านเลเยอร์ผ้าฟลีซ 2 ชนิด ถูกออกแบบให้เป็นดูเคร่งขรึม ทะมัดทะแมง แมชกับแฟชั่นในปัจจุบันที่จะดึงดูดทั้งผู้ชายและผู้หญิง สำหรับไอเทมแรกที่ไอซาวะออกแบบคือไอเทมสำหรับเด็ก โดยไอซาวะใช้การออกแบบขั้นพื้นฐานที่เหมือนกับแบบของผู้ใหญ่ แต่ก็ใส่รายละเอียดต่างๆ ที่ผู้สวมใส่รุ่นเยาว์จะหลงใหล อย่างเช่น ดีไซน์ช่วงคอที่จะทำให้เสื้อโค้ทสวมใส่ และถอดง่ายยิ่งขึ้น ผ่านโทนสีน้ำเงินและสีแดงที่แสดงถึงสนุกสนานได้อย่างชัดเจน

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชันพิเศษ “adidas X JAMES BOND” ต้อนรับภาพยนตร์ภาคใหม่ “NO TIME TO DIE”

 


อาดิดาส เปิดตัวคอลลาบอเรชัน คอลเลคชัน “adidas X JAMES BOND” เพื่อฉลองภาคที่ 25 ของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ (James Bond) ที่จะมาพร้อมกับภาพยนตร์ภาคใหม่ล่าสุด NO TIME TO DIE “007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ” ในเดือนกันยายนนี้

การร่วมมือในการออกแบบคอลเลคชันนี้จะเป็นการนำเสนอสัญลักษณ์ต่างๆ จากยอดภาพยตร์แห่งยุคปัจจุบันมาผสมผสานกับรองเท้าที่ได้ชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัย นั่นก็คือรองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์ (ULTRABOOST) ซึ่งการออกแบบจะมีการใช้แรงบันดาลใจจากเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ 007 โดยมีจุดประสงค์เพื่อฉลองภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ตอนที่ 25 อีกด้วย




สำหรับรองเท้าคู่แรกที่จะมีการวางจำหน่ายก็คือ UltraBOOST DNA White Tuxedo ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นพิเศษที่แสดงถึงสไตล์อันโดดเด่นของเจมส์ บอนด์ โดยการใช้สีขาวเป็นหลักและตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของเจมส์ บอนด์ ที่บริเวณลิ้นรองเท้า ให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายและหรูหราตามแบบฉบับของยอดสายลับระดับโลก


นอกจากนี้ ภายในคอลเลคชันยังมีรองเท้ารุ่นอื่นๆ ประกอบด้วย

ADIDAS ULTRABOOST20 BLACK TUXEDO – ออกแบบตามชุดทักซีโดสีดำของเจมส์ บอนด์ ที่เผยให้เห็นในฉากอันน่าตื่นเต้นภายในภาพยนตร์ NO TIME TO DIE รวมถึงพื้นรองด้านในก็มีนำฉากในคิวบามาตกแต่ง นอกจากนี้ รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ยังมีการรองรับแรงกระแทกและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย




ADIDAS ULTRABOOST 20 Q BRANCH – ออกแบบตามตัวละครหัวหน้าแผนกคิว (Q Branch) ผู้คิดค้นอุปกรณ์พกพาสุดล้ำ ซึ่งมีการออกแบบชิ้นส่วนเคจให้มีช่องลับที่รองเท้า




ADIDAS ULTRABOOST 20 NO TIME TO DIE VILLIAN – ออกแบบตามตัวละครวายร้ายตัวใหม่ล่าสุดของที่มีชื่อว่า ซาฟิน (Safin) มีการออกแบบชิ้นส่วนเคจตามหน้ากากสีขาวของซาฟิน พร้อมกับตกแต่งพื้นรองด้านในตามหลุมหลบภัยของเขาภายในภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกเหนือจากการออกแบบที่มีสไตล์ของคอลเลคชันนี้แล้ว รองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์ยังเป็นรองเท้าที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีทั้งพื้นรองเท้าบูสท์ (BOOST) ที่มีคุณสมบัติการคืนพลังงานในระดับสูงสุดในทุกย่างก้าว และยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้านการรองรับแรงกระแทกและความทนทานต่อทุกสภาพอากาศอีกด้วย

พิเศษ! รองเท้าวิ่ง UltraBOOST DNA White Tuxedo ในคอลเลคชันพิเศษ adidas X JAMES BOND จะเริ่มวางจำหน่ายแบบ Pre-Launch ที่ อาดิดาส แอปพลิเคชัน และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ในราคา 6,800 บาท ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

รองเท้าวิ่งทั้ง 4 รุ่นในคอลเลคชันพิเศษ adidas X JAMES BOND จะวางจำหน่ายที่ อาดิดาส แอปพลิเคชัน และ อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, อาดิดาส เซ็นทรัล ปินเกล้า และร้านค้าที่ร่วมรายการในราคา 6,800 บาท ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

คุยกับ บงจุนโฮ บิดาแห่งหนังเกาหลียุคใหม่ ผู้กำกับ PARASITE ชนชั้นปรสิต



ชื่อเรื่อง Parasite มีความหมายว่าอย่างไรกันแน่

ตอนแรกทุกคนต่างคาดหวังว่า Parasite จะต้องเป็นหนังสัตว์ประหลาดหรือหนังไซ-ไฟแน่นอน เพราะมันเชื่อมโยงจากหนังเรื่องก่อนของผมอย่าง The Host แต่อย่างที่เคยพูดไว้ ตัวละครในหนังเรื่องนี้คือมนุษย์ เป็นครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆ อยากใช้ชีวิตผูกสัมพันธไมตรีกับผู้อื่น แต่มันไม่ได้ผลสำหรับพวกเขา ดังนั้นพวกเขาเลยถูกผลักให้ต้องมีความสัมพันธ์แบบปรสิต ผมมองว่ามันเป็นหนังแนวโศกสุข (โศกนาฏกรรมผสมสุขนาฏกรรม) ที่เต็มไปด้วยความตลก ความสยอง และความเศร้า เมื่อคำนึงถึงว่าคุณอยากใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมสุข ประสบความสำเร็จ แต่มันยากเย็นเหลือเกิน ชื่อหนังมีความเย้ยหยัน ประมาณเดียวกับชื่อภาษาเกาหลีของ Memories of Murder ที่มีความหมายแฝงถึงความอบอุ่น ความทรงจำอันแสนสุขสันต์ แต่มันดูแปลกใช่ไหม ที่ชื่อความหมายดีๆ ถึงเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมได้? ตัวหนังแสดงให้เห็นถึงความทรงจำของยุคสมัยผ่านเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฮวาซ็อง ด้านของ Parasite เองก็มีชื่อเรื่องที่เสียดสีเย้ยหยันในลักษณะคล้ายๆ กัน


คุณจัดประเภทหนังเรื่อง Parasite ไว้ว่าเป็นหนังประเภทไหน

เป็นหนังดราม่าชีวิตคนครับ แต่เล่าถึงยุคร่วมสมัย แม้พล็อตเรื่องจะมาพร้อมเหตุการณ์และสถานการณ์ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว แต่มันสามารถเกิดขึ้นได้จริงบนโลก อาจมองได้เหมือนกันว่ามันคือเหตุการณ์จริงเลย ตามข่าวหรือเรื่องในสื่อออนไลน์ แล้วเราเอามาทำเป็นหนังจอใหญ่ ดังนั้นมันจะมีเซนส์ของความสมจริง แต่ถ้ามีคนเรียกว่าเป็นหนังอาชญากรรม-ครอบครัว หนังตลก หนังดราม่าเศร้าสร้อย หรือหนังระทึกขวัญสั่นประสาท ผมก็ไม่ว่าอะไร ผมพยายามมากเพื่อพลิกแพลงความคาดหวังของคนดู และผมหวังว่าใน Parasite ผมจะทำสำเร็จ


ครอบครัวที่เป็นจุดศูนย์กลางของ Parasite คือใครกัน

พวกเขาเป็นครอบครัวชนชั้นล่างอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินของอพาร์ตเมนต์ คาดหวังว่าอยากมีชีวิตที่ดี ไมได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ แต่ขนาดหวังเพียงแค่นั้นมันยังเป็นจริงยาก คนพ่อล้มเหลวด้านธุรกิจมาหลายครั้ง คนแม่มีความสามารถด้านกีฬา ฝึกฝนมานานแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนลูกชายและลูกสาวก็สอบตกบ่อยจนเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้

กลับกันกับครอบครัวคุณพัค เขาทำงานเป็น CEO ของบริษัทด้านไอที (ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มทุน Chaebol แต่อย่างใด) เป็นคนเก่งมีความสามารถ ร่ำรวย เขามีภรรยาสาวแสนสวย มีลูกสาวและลูกชายน่ารักกำลังอยู่ในวัยเรียน แต่คุณพัคเป็นพวกบ้างาน พวกเขาถูกมองว่าเป็นครอบครัวในอุดมคติท่ามกลางบรรดากลุ่มชนชั้นสูงในสังคมทั้งหมด


คุณเอาเหตุผลอะไรมาใช้คัดเลือกนักแสดงในหนัง

ในหนังเรื่องนี้ สำคัญมากที่ต้องรวมตัวนักแสดงที่สามารถเล่นด้วยกันอย่างเข้าขา เป็นทีมที่เปี่ยมประสิทธิภาพแบบทีมฟุตบอล พวกเขาต้องทำให้เห็นภาพของความเป็นครอบครัวเดียวกันได้ตั้งแต่แรกเห็น ผมต้องคิดหนักมากครับ คนแรกที่ผมเลือกคือ ซงคังโฮ จากนั้นผมถ่าย Okja แล้วได้ร่วมงานกับ ชเววูชิก ผมว่าน่าจะดีเหมือนกันถ้าให้เขามาเล่นเป็นลูกของ ซงคังโฮ แล้วก็ได้ พัคโซดัม มาเล่นเป็นน้องสาว เธอมีฝีมือการแสดงที่ดีมาก มีความโดดเด่น ทำให้เส้นแบ่งความจริงดูพร่าเลือน การได้พวกเขามาเล่นสำคัญมากเพราะพวกเขาต้องอยู่ด้วยกันแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ส่วนนักแสดงสาว จางฮเยจิน ผมชอบความเข้าใจของเธอและการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของเธอในหนังเรื่อง The World of Us ผมเลยเลือกเธอให้มารับบทเป็นภรรยาของ ซงคังโฮ

ส่วนครอบครัวตระกูลพัคนั้น ผมไม่อยากสร้างภาพคลิเช่ให้เป็นครอบครัวชนชั้นนำแบบที่เราเห็นกันตามละครโทรทัศน์ ผมจะเลือกนักแสดงจากภาพลักษณ์ภูมิฐานที่ดี ผมประทับใจเสน่ห์หลากหลายแง่มุมของ อีซอนกยุน มาตลอด เลยเลือกเขามารับบทเป็นคุณพัค ส่วน โจยอจอง เธอทำให้ผมนึกถึงเพชรในตมที่ยังไม่ได้เจียระไน ผมเลยเลือกเธอเพราะหวังอยากเห็นเธอเปิดเผยความงดงามในส่วนลึกออกมา แม้สักเสี้ยวหนึ่งก็ยังดี นี่ไม่ใช่หนังที่มีตัวละครเอกเพียงตัวเดียว เพราะฉะนั้นการแสดงของทุกคนที่ต้องรับส่งกันอย่างเข้าขาจึงสำคัญอย่างยิ่ง ท้ายที่สุด ผมอยากขอบคุณพวกเขาจริงๆ ที่สวมบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นทีมฟุตบอลที่ดีมากครับ


ภาพของสังคมในปัจจุบันที่คุณต้องการนำเสนอคือภาพแบบไหน

ผมคิดว่าวิธีหนึ่งที่จะแสดงภาพของชนชั้น และความไม่เท่าเทียมในสังคมได้คือทำออกมาเป็นหนังตลกปนเศร้า เราอยู่ในยุคสมัยที่ทุนนิยมเรืองรองและไม่มีทางเลือกอื่น ไม่เพียงแค่ในเกาหลี แต่ทั่วทั้งโลกต่างเจอปัญหานี้ ไม่สามารถเพิกเฉยต่อระบบทุนนิยมได้ ในโลกแห่งความเป็นจริง วิถีชีวิตของครอบครัวตกอับแบบตัวละคร 4 คนในเรื่อง และครอบครัวตระกูลพัค ไม่น่ามีวันจะได้มาเจอกัน ตัวอย่างเดียวเท่านั้นที่จะนำพาทั้ง 2 ชนชั้นมาเจอกันได้คือมีการจ้างงาน เช่น ให้มาเป็นติวเตอร์ หรือจ้างเป็นคนใช้ในบ้าน กรณีแบบนั้นเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ทั้ง 2 ชนชั้นใกล้ชิดกันมากพอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ในหนังเรื่องนี้แม้จะไม่มีฝ่ายใดคิดร้ายต่อกัน แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างถูกดึงให้เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่ความผิดพลาดเพียงนิดเดียว สามารถนำไปสู่ความแตกแยกและแตกหักได้

ในสังคมทุนนิยมทุกวันนี้มีชนชั้นและวรรณะซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นปล่อยปละละเลย และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับลำดับชั้นทางสังคมที่ตกทอดมาตั้งแต่ในอดีต แต่ความจริงคือมันมีเส้นแบ่งทางชนชั้นที่ไม่สามารถข้ามได้ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นรอยแยกดังกล่าวที่ปรากฏขึ้นระหว่างชนชั้น เป็นปัญหาซึ่งกันและกัน และยิ่งห่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมทุกวันนี้


คุณหวังว่าคนดูจะได้อะไรกลับไปจากหนังเรื่องนี้

ผมหวังว่าจะทำให้คนดูได้ครุ่นคิดถึงหนังเรื่องนี้ ทั้งในส่วนที่ตลก น่ากลัว และเศร้า และถ้าหากทำให้คนดูมานั่งล้อมวงพูดคุยแชร์เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับหนังขณะรับชมได้ แค่นั้นก็พอแล้วครับ

ตัวอย่างภาพยนตร์

“พัค ซอจุน” ชายหนุ่มผู้ไร้ศรัทธา จุดชนวนสงครามข้ามพิภพ ด้วยพลังของพระเจ้า กับตัวอย่างใหม่ “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง”


หลังจากที่คอหนังชาวไทยได้สัมผัสกับความล้ำหน้าของ “หนังเกาหลี” มาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Train To Busan” ที่มาแรงจนขึ้นแท่นเป็น “หนังเกาหลีที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาลในประเทศไทย” หรือแม้แต่ “Along With The Gods” ทั้งสองภาค ที่ทั้งมันส์ ทั้งซึ้งจนหยุดน้ำตาไม่ได้ และในสิงหาคมนี้ บ็อกซ์ออฟฟิศไทยจะต้องสะเทือนอีกครั้ง กับโปรเจกต์แอคชั่น – แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ล่าสุดจากแดนกิมจิ ที่ต้องปักหมุดรอดู ใน “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง”

และล่าสุด “The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง” ได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เวอร์ชั่นเต็ม ที่เผยให้เห็นความแอคชั่นที่นักแสดงนำอย่าง “พัค ซอจุน” ที่ทุ่มเทอย่างหนักตั้งแต่การเตรียมตัวจนถึงตอนถ่ายทำจริง ซึ่งในเรื่องนี้ เขารับบทเป็นนักสู้ MMA ผู้ไม่ศรัทธาในเทพองค์ใด แต่กลับมีรอยแผลที่มีพลังปริศนาปรากฏขึ้นบนฝ่ามือหลังจากฝันร้ายในคืนหนึ่ง และกลายเป็นว่าเขาต้องใช้มือนั้นในการปกป้องโลกนี้จากภัยร้าย และในตัวอย่างนี้ ยังเผยให้เห็นคาแรคเตอร์ของ “อู โดฮวาน” ที่รับบทร้ายเต็มตัวครั้งแรก และนักแสดงมากฝีมืออย่าง “อัน ซองกิ” ในภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปจากผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังเผยภาพความแฟนตาซีผ่านเอฟเฟคต์สุดละเอียดและสมจริง แบบที่แฟนๆ สามารถตั้งความหวังรอชมได้อย่างแน่นอน




The Divine Fury ว่าด้วยเรื่องของ “ยงฮู” (รับบทโดย พัค ซอจุน) สุดยอดนักสู้ของโลก ผู้ไร้ศรัทธาในเทพองค์ใดนอกจากตัวเอง จู่ๆ เขากลับมีแผลที่ฝ่ามือโดยที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้คำตอบกับเขาได้ เขาจึงไปพบบาทหลวงเพื่อหวังจะรักษาแผลนั้น แต่กลายเป็นว่าตัวเขาเองที่เป็นฝ่ายช่วยชีวิตของ “บาทหลวงอัน” (รับบทโดย อัน ซองกิ) เอาไว้แทน ยงฮู เริ่มเรียนรู้พลังพิเศษที่เขาได้รับจากแผลบนฝ่ามือนี้ เพื่อปกป้องโลกให้พ้นจากเงื้อมือของ “จอมมารจีชิน” (รับบทโดย อู โดฮวาน) นักบวชมืดที่รับใช้ปีศาจ และหวังครอบงำจิตใจมนุษย์ด้วยความชั่วร้ายไปตลอดกาล

The Divine Fury มือนรกพระเจ้าคลั่ง – 22 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

// ตัวอย่างหนัง The Divine Fury //