BREAKING NEWS

Hilight

ข่าวอื่นๆ

Fashion

งานไอเดีย

อยากเล่าข่าว

ความบันเทิง

Travel by TalkaTrip

Event more Talkatrip

Latest Updates

#PR ทรู ร่วมสนับสนุน การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนไทย “King Power’s Cup”



ทรู ร่วมสนับสนุน การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนไทย “King Power’s Cup” เฟ้นหา 9 นักเตะน้อย บินฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลถึงอังกฤษในโครงการ “เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี” รุ่นที่ 2

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา  (ขวาสุด) ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย  ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ของ คิง เพาเวอร์ โดย นายอัยยวัฒน์  ศรีวัฒนประภา (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้  พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์  เสนาเมือง  (ที่ 2 จากขวา) แบรนด์แอมบาสเดอร์  เลสเตอร์ ซิตี้  อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี่ ประเทศไทย ร่วมเปิดตัว การจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนไทย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ระดับประเทศ ชิงถ้วยรางวัล “King Power’s Cup” เพื่อคัดเลือกเยาวชนไทยฝีเท้าดีเยี่ยม จำนวน 9 คน เดินทางไปร่วมฝึกฝนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษกับสโมสรใน ในโครงการ “เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี” รุ่นที่ 2 สำหรับเตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพระดับโลก โดยการสนับสนุนครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มทรูที่ต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยสนใจกีฬา พร้อมร่วมสานฝันให้นักเตะไทย ได้มีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันมีคุณค่า กับสถาบันกีฬาฟุตบอลระดับสากลต่อไป

#PR CAT ขยายเวลารับสมัครผลงานร่วมชิงความเป็นอัจฉริยะนักแกะรอย ในกิจกรรม “CAT CYFENCE CYBERCOP CONTEST 2016” ถึง 28 สิงหาคม 2559 นี้เท่านั้น!!



บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ประกาศขยายเวลาการรับสมัครผลงานนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมค้นหาสุดยอดอัจฉริยะนักแกะรอยบนโลกไซเบอร์ ในกิจกรรม “CAT CYFENCE CYBERCOP CONTEST 2016” จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2559 นี้ หลังได้กระแสตอบรับในวงกว้างและผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาได้เข้าร่วมสมัครชิงความเป็นอัจฉริยะนักแกะรอยบนโลกไซเบอร์มากขึ้น ผู้สนใจร่วมส่งคลิปวิดีโอสุดเจ๋ง ความยาวไม่เกิน 3 นาที ในหัวข้อ “SOC Intelligent เฟ้นหาคนอย่างคุณ”  โดยสามารถสร้างสรรค์งานได้ทุกรูปแบบ หรือบอกเล่าเรื่องตัวเองพร้อมบอกเหตุผลดีดีว่า “ทำไมเราต้องเลือกคุณเข้าสู่การแข่งขันนี้” มาที่ www.catcyfence.com/C4-2016 สำหรับ 10 ทีมที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการจะได้รับการเข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับภัยคุกคามในโลกไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเจาะลึก ก่อนเข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 13 กันยายน 2559 ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร

สำหรับผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.catcyfence.com/c4-2016 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-9382118 #37

#PR มาสเตอร์การ์ดร่วมกับคลับ 21 เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผ่านโครงการ Purchase with Purpose™



บุคคลในภาพ: คุณแอนโทนิโอ คอร์โร (ขวา), ผู้จัดการประจำประเทศไทยและพม่า มาสเตอร์การ์ด และ คุณจิตร ชิโนรักษ์ ผู้จัดการทั่วไป คลับ 21 ประเทศไทย ชวนลูกค้าคลับ 21 ร่วมบริจาคผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ด

กรุงเทพฯ (24 สิงหาคม 2559) – มาสเตอร์การ์ดร่วมกับร้านคลับ 21 เชิญชวนลูกค้าร้านคลับ 21 ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยทุกครั้งของการซื้อเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นในคอลเลคชั่น Autumn/Winter ที่ร่วมโครงการ “Purchase with Purpose™” และชำระด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ด จะได้บริจาคเงิน 10 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 350 บาทไทย) ร่วมสมทบทุนการศึกษาของมูลนิธิยุวพัฒน์ โครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2559

มาสเตอร์การ์ดและคลับ 21 ได้ร่วมกันจัดโครงการ Purchase with Purpose™ ต่อเนื่องมา 5 ปี โดยได้มอบความช่วยเหลือให้กับหญิงสาวและเยาวชนมากกว่า 16,000 ราย และมอบโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสในประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน และประเทศไทย ทั้งด้านการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะวิชาชีพ บริการให้คำปรึกษา เวิร์คช้อปเสริมสร้างคุณค่าของบุคคลในองค์กร ส่วนในประเทศไทยก็ได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาของมูลนิธิยุวพัฒน์ ซึ่งก่อตั้งเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่ขาดโอกาสในการศึกษาหรือการฝึกอบรมวิชาชีพที่เหมาะสม โดยทุนการศึกษาจะครอบคลุมการศึกษาตลอดระยะเวลาหกปี เพื่อมอบโอกาสให้หญิงสาวเหล่านี้ได้รับการศึกษาในระดับสูงต่อไป

Tom Chaplin อดีตนักร้องนำวง Keane เปิดตัวอัลบั้มเดี่ยว “The Wave” พร้อมประเดิมซิงเกิ้ลแรก “Hardened Heart”



ใครคุ้นเคยเสียงร้องอันน่าประทับใจจากเพลงโปรดของใครหลายคนอย่าง “Somewhere Only We Know” และ “Everybody’s Changing” คงจำได้ทันทีถ้าได้ยินเสียงของ Tom Chaplin เพราะเขาคืออดีตนักร้องนำวงดนตรีโด่งดังของอังกฤษนามว่า “Keane” เจ้าของเพลงดังกล่าวนั่นเอง ตอนนี้หนุ่ม Tom Chaplin มาในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมเปิดตัวอัลบั้มชุดแรก “The Wave” ที่ส่งซิงเกิ้ลนำอย่าง “Hardened Heart” มาสู่ใจผู้ฟังก่อนเป็นเพลงแรก

“Hardened Heart” เป็นเพลงที่ Tom แต่งเอง โดยนำประสบการณ์จากสิ่งที่เขาพบเจอมาในช่วงเวลาที่ยากลำบากของการต่อสู้กับจิตใจตัวเอง สะท้อนออกมาเป็นบทเพลงแสนไพเราะและสวยงามด้วยทำนอง เนื้อหาและคำพูดที่ Tom อยากจะเล่าให้กับผู้ฟังเพลงทุกคนของเขา

“ผมมาถึงจุดที่ตกต่ำสุดๆในชีวิตครับ” Tom เล่าให้ฟัง “ผมจำต้องสำรวจทุกแง่มุมของตัวเอง ต้องรับมือกับความรู้สึกละอายใจให้ได้ รวมทั้งต้องเปิดใจและเผยความอ่อนแอให้กับผู้คนที่ผมรัก มันเป็นขั้นตอนที่ยากลำบากมากเลยไม่ว่าจะสำหรับใครก็ตาม แต่ในขณะเดียวกัน มันเป็นการปลดปล่อยตัวเองนะครับ และผมก็กลับมาอยู่กับความเป็นจริงได้และได้เห็นตัวเอง รวมทั้งเห็นว่าโลกนี้มันสวยงามและสมบูรณ์ได้แค่ไหน”

“Hardened Heart เป็นเพลงที่พูดถึงจุดเปลี่ยนนั้น จากการคุมขังตัวเองสู่การปลดปล่อยให้อิสรภาพตัวเองครับ”  Tom ปิดท้าย

ฟังหนุ่ม Tom พูดขนาดนี้ จะไม่ฟังก็ไม่ได้แล้ว

ไปชมมิวสิควีดิโอสวยๆของเพลง “Hardened Heart” ได้เลย

ฮิโรชิ อาเบะ, คิริน คิคิ, ไทโย โยชิซาวะ ฝากการแสดงสุดยอดเรียกน้ำตาคนดูใน "AFTER THE STORM รักได้มั้ย? พ่อคนนี้"



หลังจากเคยสร้างความประทับใจผู้ชมจากภาพยนตร์เรื่อง OUR LITTLE SISTER เพราะเราพี่น้องกัน มาแล้ว ปีนี้ ผกก. โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ได้นำ AFTER THE STORM รักได้มั้ย? พ่อคนนี้ ภาพยนตร์เรียกน้ำตาเรื่องล่าสุดที่ได้รับคัดเลือก เข้าฉายในสายประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ โดย ภาพยนตร์ได้รับคะแนนรีวิวจาก เวปไซด์ดัง METACRITIC สูงถึง 84 คะแนน และ 100 คะแนนเต็มจาก  Rottentomatoes  โดยสื่อทุกสำนักกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การแสดงของ 3 นักแสดงนำ ฮิโรชิ อาเบะ, คิริน คิคิ, ไทโย โยชิซาวะ นับเป็นการแสดงระดับยอดเยี่ยมที่ทำให้น้ำตาคนดูไหลได้แบบไม่รู้ตัวและโดยไม่ต้องบีบคั้น

AFTER THE STORM เล่าเรื่องราวของ เรียวตะ (อาเบะ ฮิโรชิ) อดีตนักเขียนดาวรุ่ง ที่ใช้ชีวิตผิดทาง จนต้องหย่าร้างกับภรรยา (มากิ โยโกะ)  และ แม่เพียงคนเดียว (คิคิ คิริน) ก็ไม่ยอมพูดกับเขาอีก เรียวตะ พยายามจะกอบกู้ไฟในการเขียนหนังสืออีกครั้ง และรับงานนักสืบเอกชน ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ภรรยาเก่าเห็นว่าเขาสามารถหาเงินมาจ่ายค่าเลี้ยงดู ลูกชาย (โยชิซาวะ ไทโย) ได้   และในช่วงเวลาเดียวกัน เรียวตะ ก็ พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ แม่ ด้วยการกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงพายุฤดูร้อน ช่วงเวลา ที่เมืองทั้งเมืองต้องตกอยู่ใต้ลมพายุเกือบทั้งสัปดาห์ และในคืนที่พายุพัดกระหน่ำหนักที่สุด พวกเขาทั้ง 4 ก็ได้ติดอยู่ในบ้านหลังเดียวกันและได้กลับมาย้อนรำลึกถึงความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวอีกครั้ง

ฮิโรชิ อาเบะ ผู้รับบทเรียวตะ เป็นนักแสดงคู่ใจของ ผกก. โคเรเอดะ เขาเคยร่วมงานกับ โคเรเอดะ มาแล้วใน Still Walking และ I Wish  คิริน คิคิ นักแสดงเจ้าของ 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Japanese Academy รับบทแม่ บทนี้ได้แรงบันดาลใจจากแม่แท้ ๆ ของ โคเรเอดะ เอง และการแสดงที่ตรึงผู้ชมมากที่สุดคือบท ของของ ไทโย โยชิซาวะหนุ่มน้อยที่ ผ่านการแคสติ้งจากเด็ก 100 คน  เพื่อรับบทเด่นของเรื่อง AFTER THE STORM เป็นหนังเรื่องแรกของเขา

AFTER THE STORM รักได้มั้ย ? พ่อคนนี้ ... ภาพยนตร์ในโครงการ The Little Big Films Project 11 : 15 กันยายนนี้ เฉพาะที่  House Rca  - LIDO – PARAGON
SFW – ESPLANADE

After the Storm - Official Trailer Sub Thai [ตัวอย่างซับไทย] :


#PR กลุ่มทรู สนับสนุนนโยบายสานพลังประชารัฐ ผนึกภาครัฐ และพันธมิตรภาคเอกชน รวมพลังสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล พร้อมเปิดโครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค”



กลุ่มทรู  สนับสนุนนโยบายสานพลังประชารัฐ ผนึกภาครัฐ และพันธมิตรภาคเอกชน รวมพลังสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล  พร้อมเปิดโครงการ  “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” มุ่งเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) ของไทยชูระบบนิเวศน์สมบูรณ์แบบที่สุด และแนวคิด Open Innovation เสริมแกร่งสตาร์ทอัพรุ่นใหม่เพิ่มศักยภาพประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาค

กลุ่มทรู สนับสนุนนโยบายสานพลังประชารัฐที่จะขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0  เดินหน้าพัฒนาโครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) ของไทยและแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ลงทุนโดยภาคเอกชน  เน้นจุดเด่นบรรยากาศ World-Class Co-Working Space ระบบนิเวศน์สมบูรณ์แบบครบวงจร  ผสานความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐและองค์กรธุรกิจทุกภาคส่วน รวมทั้งบริษัทข้ามชาติระดับโลก ในรูปแบบ Open Innovation เพื่อหลอมรวมองค์ความรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลของเหล่าสตาร์ทอัพไทย ที่สามารถเสริมสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สังคมในระดับประเทศและระดับโลก เพิ่มศักยภาพของประเทศในทุกด้าน เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค โครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมือง ริมถนนสุขุมวิทติดรถไฟฟ้าในโครงการวิสซ์ดอม 101 (Whizdom 101)  ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี พ.ศ. 2561

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มทรู  ในฐานะเอกชนไทย มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสนับสนุนนโยบายสานพลังประชารัฐของรัฐบาล และตอบสนองนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0  กลุ่มทรูจึงริเริ่มพัฒนาโครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) ของไทย ที่จะรวบรวมคนเก่งผู้มีความรู้ความสามารถ (Talent) จากทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการหลอมรวมองค์ความรู้ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล และยังเป็นการดึงเงินลงทุน (Funding) จากทั่วโลกเข้ามาในเมืองไทย  ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรูที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค  โดย “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างสรรค์และวิจัยนวัตกรรมดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Open Innovation โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรเอกชนทั้งไทยและบริษัทข้ามชาติระดับโลก  ที่จะมาร่วมสร้างระบบนิเวศน์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของสตาร์ทอัพไทยในการคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศไทย และทั่วโลกได้

ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียน  ด้วยความพร้อมในทุกด้านที่สามารถเปิดรับและดึงดูดนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ของประเทศที่โดยธรรมชาติตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาค  มีความอุดมสมบูรณ์  คนไทยมีวัฒนธรรมแบบเปิดและเป็นมิตร เอื้อให้คนต่างชาติเข้ามาใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย  มีโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมล้ำสมัยครอบคลุมทั่วประเทศ  ดังนั้น การมีศูนย์กลางด้านดิจิทัลเกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้ระบบนิเวศน์ครบวงจรที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม และเป็น Open Innovation จะทำให้เกิดการผสมผสานความรู้ มีการวิจัยพัฒนา (Lab)  ต่อยอดในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ช่วยส่งเสริมให้กลุ่มเทคสตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่ๆ สามารถสร้างธุรกิจได้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทรู ดิจิทัล พาร์ค  ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางเมือง ริมถนนสุขุมวิท  ติดรถไฟฟ้า ในพื้นที่โครงการวิสซ์ดอม 101 ของ MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ผสมผสานพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ทำงาน และการพักผ่อนตลอดจนทำกิจกรรมทางสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวที่สุด  “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” มีพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร  เชื่อมโยงกันเป็นเมืองดิจิทัลด้วยเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมสุดล้ำ 4G Plus, บรอดแบนด์ และ WiFi  แวดล้อมด้วยระบบนิเวศน์สมบูรณ์แบบ ทั้งบรรยากาศ World-Class  Co-Working Space ที่เปิดโล่ง บนพื้นที่สีเขียว ท่ามกลางธรรมชาติ (Green Area) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล การดำเนินธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ รวมทั้งพื้นที่แชร์ทำงานร่วมกัน (co-working space) ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงาน และตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของโลก (Multinational Tech Enterprise) เหล่าเทคสตาร์ทอัพรุ่นใหม่, กลุ่ม SME, มหาวิทยาลัย และ R&D  พร้อมมีแพลตฟอร์มบริการด้านดิจิทัล (Digital Service Platform) รองรับการทำธุรกิจทั้ง Cloud, e-Commerce และ e-Payment  อีกทั้งยังจะมีการสนับสนุนจากภาครัฐที่จะสร้างบรรยากาศและมอบสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการลงทุนของบริษัทต่างชาติในประเทศไทย และมีพื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจและเครือข่ายระดมทุนแบบ Crowd Funding เทียบระดับสากล  ซึ่งนอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้มีเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยแล้ว ยังนำมาซึ่งการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆตามมาอีกมากมาย

โครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค”  เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรู ในฐานะภาคเอกชน ที่ตั้งใจสานต่อนโยบายรัฐบาลที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัล  โดย “ทรู ดิจิทัล พาร์ค” จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของไทย มีการถ่ายเทองค์ความรู้ด้านซอฟต์แวร์และคิดค้นนวัตกรรม ที่จะทำให้เกิดการต่อยอดพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ เสริมสร้างให้ประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพในการแข่งขัน และเป็นพื้นฐานของการเติบโตในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทย ให้มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) และก้าวขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค” นายศุภชัย กล่าวสรุป

เกี่ยวกับ โครงการวิสซ์ดอม 101

วิสซ์ดอม 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) คอมมูนิตี้ที่พัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำเสนอและส่งมอบไลฟ์สไตล์ให้กับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Great Good Place” ที่ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวที่สุด ระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน และที่พักผ่อนทำกิจกรรมทางสังคมต่างๆ เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการมุ่งพัฒนาสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นหนึ่งในโครงการที่ใหญ่ที่สุดบนถนนสุขุมวิท ด้วยเนื้อที่ก่อสร้างทั้งหมด 43 ไร่ โครงการที่ซึ่งสำนักงาน ที่พักอาศัย ร้านค้าปลีก และสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด จะอยู่บนโครงข่ายดิจิตอลแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้ที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นเมืองดิจิตอลที่เชื่อมประสานกันเป็นเครือข่ายแบบไร้รอยต่อ โดยพื้นที่ทั้งหมดจะสามารถเชื่อมต่อไวไฟ (WiFi)  ที่มีความเร็วสูงสุดได้ฟรี ทำให้ทุกคนในสังคมแห่งนี้มีอิสรภาพในโลกดิจิตอลแบบไร้ขีดจำกัด โครงการอยู่ติดกับสุขุมวิทยซอย 101 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสปุณณวิถี โดยจะมีทางเชื่อมต่อแบบสกายวอล์ค สามารถเดินเท้าได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที มีกำหนดแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2561

เตรียมตัวให้พร้อม! Bon Jovi ใกล้ปล่อยอัลบั้มใหม่ “This House Is Not For Sale” 21 ตุลาคมนี้



Bon Jovi วงร็อคอเมริกันเจ้าของรางวัลแกรมมี่ขวัญใจคนทั่วโลกตลอดกาล หลังจากประกาศกลับสู่สังกัด Island Records ภายใต้ Universal Music Group ภายหลังหมดสัญญากับ Mercury Records ก็ใกล้ปล่อยอัลบั้มใหม่เต็มทีแล้ว โดย “This House Is Not For Sale” จะเป็นอัลบั้มลำดับที่ 14 ของพวกเขา ซึ่งพร้อมปล่อย 21 ตุลาคมนี้

สำหรับอัลบั้มนี้ก็มีซิงเกิ้ลแรกในชื่อเดียวกัน “This House Is Not For Sale” ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา และขึ้นอันดับ 1 อย่างรวดเร็วบน Rock Chart ในกว่าสิบประเทศทั่วโลกรวมถึงอังกฤษ ออสเตรเลีย เม็กซิโก สเปน นอร์เวย์ และบราซิล ใครได้ฟังซิงเกิ้ลนี้แล้วจะได้รู้สึกถึงกลิ่นอายของความเป็น Bon Jovi ที่ไม่มีใครเหมือนอีกครั้งกับสไตล์ดนตรีที่เราคุ้นเคย สำหรับมิวสิควีดิโอเพลงนี้เล่าเรื่องราวจากการขับรถผ่านบรรยากาศอันสวยงามของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ผ่านบ้านหลังหนึ่งที่ปิดประกาศขายไว้ ที่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความหมายอะไรบางอย่างกับ Jon Bon Jovi นักร้องนำของวงนั่นเอง

ในอัลบั้มนี้พวกเขายังได้ John Shanks โปรดิวเซอร์รางวัลแกรมมี่ที่เคยร่วมงานกันในอัลบั้ม “Have a Nice Day” ในปี 2005 กลับมาร่วมงานด้วย เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่รวบรวมเรื่องราวความเป็น Bon Jovi ตลอดเวลากว่าสามสิบปีบนเส้นทางสายดนตรีร็อคนี้ พลาดไม่ได้แน่นอน 21 ตุลาคมนี้ สำหรับอัลบั้ม “This House Is Not For Sale”

ชมมิวสิควีดิโอเพลง “This House Is Not For Sale” ที่นี่